ในเมื่อชายผู้นี้อยู่ที่นี่แล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง’ หลังจากนั้นอาถิงก็หลับตาพักผ่อนไป
บุรุษผู้โหดร้ายราวเทพเจ้าแห่งรัตติกาลลงมาจากท้องฟ้า ลงมาอยู่ต่อหน้ามู่เฉียนซี
ด้วยการสะบัดมือเพียงหนึ่งครั้ง เจ้างูเหลือมตามวิญญาณโลหิตนั้นก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซี
ใบหน้าอันงดงามมีเสน่ห์ ดวงตาคู่สีฟ้าราวน้ำแข็งดูเยือกเย็นไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ ปรากฏให้เห็นแก่สายตานาง
ยามเมื่อเขาปรากฏตัวนั้น ทุกสรรพสิ่งพลันหม่นหมองลงเพียงเพราะเขา
“จิ่วเยี่ย…” มู่เฉียนซีเรียกด้วยความประหลาดใจ
“ใช่” เขาตอบรับคำของนางเสียงเย็น ๆ ทว่ายื่นแขนมาโอบนางเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นของเขา
“เจ้าบาดเจ็บ”
ยามเมื่อเอ่ยประโยคหลังนี้ น้ำเสียงบุรุษตรงหน้าราบเรียบ ฟังไม่ออกถึงอารมณ์ ทว่ามือของเขายื่นมากำลังจะปลดเปลื้องเสื้อผ้านางออก
“ชะ… ช้าก่อน ข้าเป็นนักปรุงยา บาดแผลของข้า ข้าจัดการเองได้” มู่เฉียนซีรีบพูดเพื่อหยุดการกระทำบุรุษตรงหน้า
เขากอดเอวบางของนางแน่น ให้นางซบเข้ากับหน้าอกเขา ไม่สนว่าเสื้อผ้าสีดำอันวิจิตรของเขาจะแปดเปื้อนไปด้วยโลหิตของนางหรือไม่
เขาพูดออกมาคำหนึ่งอย่างชัดเจนในถ้อยคำ “เร็วเข้า”
ริมฝีปากมู่เฉียนซีกระตุก เขาคิดว่านางจะรักษาแผลในท่านี้ได้หรือ ?
แต่ถ้าจะให้คนผู้นี้ปล่อยมือก็คงเป็นไปไม่ได้ อยู่ยุคปัจจุบันในหน้าร้อน นางยังสวมชุดที่เปิดไหล่ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ครานี้พานพบกับอาการบาดเจ็บ