หนักมาก นางจึงไม่ใคร่จะสนใจแล้วว่าจิ่วเยี่ยยังอยู่ที่นี่
นางรีบลงมือถอดเสื้อผ้าตนเองออก เนื้อผ้าส่วนที่แต่เดิมคลุมไหล่ ตกลงมาที่ไหล่ด้านข้าง
มู่เฉียนซีรีบนำยาเหย้าจี้ห้ามโลหิตออกมาทา ก่อนจะพันผ้าอย่างดี
เคยเป็นหมอปีศาจมาก่อน นางทำทุกขั้นตอนแทบไม่ต้องมีเวลาหายใจ แน่นอนมันเหมาะกับคำว่า ‘เร็ว’ ของซวนหยวนจิ่วเยี่ยคำนั้น
มองไหล่ที่ขาวดั่งหยก แววตาสีฟ้าของจิ่วเยี่ยก็ดูลึกลับขึ้น ยาลูกกลอนถูกส่งมาให้นาง “กินสิ”
“ตัวข้าเป็นนักปรุงยา ตัวข้าย่อมมียาลูกกลอนอยู่”
มู่เฉียนซีกำลังควานหายาของนางเอง พลันรู้สึกว่าริมฝีปากของนางรู้สึกเย็น ๆ มือยาวของซวนหยวนจิ่วเยี่ยนำยามาสัมผัสริมฝีปากนาง เขาพูดออกมาคำหนึ่งด้วยเสียงอันเยียบเย็นระคนแข็งทื่อ
“กิน”
มองแววตาที่ดูอันตรายคู่นั้น มู่เฉียนซีคิดว่าหากนางปฏิเสธไป สภาพนางอาจเป็นดั่งเช่นงูเหลือมตัวนั้น ที่เหลือแค่กระดูก
มู่เฉียนซีหยิบยาจากมือเขามากินอย่างไร้ทางเลือก นางจำต้องว่าง่าย เมื่อตัวยาได้ถูกกลืนเข้าไป นางก็ต้องตกใจ
“นี่มัน… ยาวิญญาณระดับเก้า!”
ถึงแม้ว่านางจะมีพรสวรรค์ทางการปรุงยามาก ฝีมือปรุงยาระดับสามของนางดี นางปรุงออกมาได้มีผลการรักษาดีกว่าของคนอื่น แต่ผลนี้เทียบไม่ได้เลยกับยาที่มีระดับสูงกว่าดังเช่นยาระดับเก้าที่นางเพิ่งกลืนลงคอไปนี้
ทั้งแคว้นจื่อเยี่ย มียาระดับสองเม็ดหนึ่งก็ถือว่าสุดยอดแล้ว …ทว่านี่ระดับเก้า น่าอัศจรรย์ใจดีแท้!
เขานำยาระดับเก้า