มาให้นาง อ๋องของแคว้นจื่อเยี่ยที่ไม่มีอำนาจใด ๆ อย่างเขาสามารถนำยาระดับเก้าออกมาได้หรือ ?
มู่เฉียนซีมองชายที่นางลอบเรียกว่า ‘เจ้าก้อนน้ำแข็ง’ ที่อยู่ด้านหลัง เจ้าก้อนน้ำแข็งในเวลานี้ ใบหน้าของเขางดงามหมดจด ความเยือกเย็นของเขาทำให้ผู้คนได้แต่มอง ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะชอบปล่อยคลื่นลมที่แฝงอันตรายออกมา
“จิ่วเยี่ย ตอนนี้ข้าทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้า… เอ่อ… สามารถปล่อยข้าได้แล้ว…”
มู่เฉียนซียังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกคำพูดสองคำของจิ่วเยี่ยตัดบท
“ฟื้นพลัง…”
ปากของมู่เฉียนซีกระตุกอีกหน เขาต้องการจะกอดนางจนกว่านางจะฟื้นฟูพลังจนหายสนิท
ถูกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลอันร้ายกาจของแคว้นจื่อเยี่ยโอบกอด อยู่ในอ้อมกอดของชายที่แม้แต่มือที่ยังไม่ได้กระดิกก็ทำให้สัตว์วิญญาณระดับสี่สูญหายไป หัวใจของนางอดเต้นเป็นจังหวะโครามครามขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่ได้ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะสังเกตถึงแรงหัวใจเต้นนี้
ไม่ได้การ! ต้องรีบหาหัวข้อสนทนามาเบนความสนใจอย่างเร่งด่วน
“จิ่วเยี่ย เหตุใดเจ้าถึงมาที่ป่าเทียนหวงนี้ได้ ?”
“แบบเดียวกับเจ้า”
“อ้อ”
เขาเป็นนักเรียนของสำนักศึกษาของแคว้นจื่อเยี่ย ถึงแม้การสอบสนามแรกเขาจะส่งกระดาษเปล่า และยังริอ่านสละสิทธิ์ในสนามสอบครั้งที่สอง แต่ทางสำนักศึกษาก็ไม่กล้ายกเลิกการมีสิทธิ์เข้าสอบสนามที่สามของเขา
พูดถึงเรื่องนี้ มู่เฉียนซีไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี สองคนที่อยู่ใกล้ชิดกันเช่นนี้ มันชักจะแปลก ๆ ไป บร