์ผู้ตัดสินไม่กล้าทำให้เขาไม่พอใจ จึงไม่ได้พูดอะไรขึ้นอีกนอกจาก “การแข่งขัน เริ่มได้”
โอวหยางซินพ่นวาจาดุร้าย “เจ้าคนไร้ค่า หน้าเจ้าเป็นรอยสักหน่อยจะดีไหมเล่า หรือข้าควรตัดเอ็นแขนขาของเจ้าดี หรือว่าจะทำให้ตาบอดจนเดินไม่ได้ดังเช่นอาสามของเจ้า ฮ่า ๆ ๆ”
โอวหยางซินปล่อยพลังผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ของเขา พลังช่างรุนแรง เหมือนกับว่าวันนี้มู่เฉียนซีจะถูกเขาบดบี้ขยี้ให้ตายเฉกเช่นมดถูกบี้แบนก็ไม่ปาน เขากำลังจะลงมืออันโหดร้ายกับมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีกลับหายไป
ทันใดนั้น ร่างสีม่วงร่างหนึ่งเข้ามากระชั้นชิด เพียงใช้แขนสะบัดไปทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง
— ฉัวะ! —
“อ๊ากกกก!”
กระดูกแขนทั้งสองข้างโดนโจมตีจนกร่อน โอวหยางซินร้องเสียงหลง
กระโปรงผ้าแพรสีม่วงพลิ้วไหว มู่เฉียนซีถีบหัวเข่าของโอวหยางซินเต็มกำลัง
— ฉัวะ! —
เป็นเสียงนี้อีกแล้ว
— ตุบ! —
โอวหยางซินล้มคุกเข่าลงกับพื้น เหมือนดั่งเช่นหมาที่ตายไปแล้ว
ทุกคนรีบขยี้ตาตนเอง มองร่างสีม่วงนั้นด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ สตรีผู้ที่ใคร ๆ ก็ครหานินทาว่าไร้ความสามารถ ทั้งยังอ่อนแอไม่มีอะไรดี บัดนี้นางรวดเร็วราวผีสางที่หายตัวได้
พวกเขายังไม่ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด โอวหยางซินก็ตกอยู่ในสภาพน่าอนาถเช่นนี้แล้ว
สตรีชุดม่วงบนสนามประลอง ดูเหมือนผู้ยิ่งใหญ่สูงศักดิ์ที่กำลังมองดูเบื้องล่างก็ไม่ปาน พวกเขาได้รู้ซึ้งพร้อม ๆ กันว่าเจ้