แล้วต่ำกว่ามาก
เพียงชนกันครั้งนี้ ก็ทราบได้ว่าใครคือคนที่ ‘ซวย’
“อ๊า!” เสียงร้องดังมา องค์หญิงแปดกลิ้งตกลงจากรถม้า หลุน ๆ ไปตามพื้น
โชคดีที่นางเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสามจึงไม่บาดเจ็บมากนัก เพียงหน้าผากถลอก
องค์หญิงแปดแผ่คลื่นอารมณ์โกรธ “มู่เฉียนซี เจ้ากล้าชนข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!!!”
ตอนที่นางกำลังจะตะโกนให้องครักษ์ไปสังหารมู่เฉียนซี รถม้าหรูวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทางสำนักศึกษา
“แค่ก ๆ ๆ” ฝุ่นเข้าหู เข้าตา จมูก ปาก ซวนหยวนเจียสำลักจนน้ำตาไหล
นางยังได้ยินเสียงของมู่เฉียนซีที่ล้อเลียนนาง
“เหวย ๆ ๆ องค์หญิงแปดสภาพดูไม่จืด อ้อ… เงินค่าซ่อมแซมรถม้าไปเบิกเอาที่ตระกูลมู่ได้ ข้าไปก่อนล่ะ”
“กรี๊ด! มู่เฉียนซีเจ้าคนไร้ค่า ไปตายเสียไป!” ซวนหยวนเจียโกรธจนกระทืบเท้า โมโหถึงขนาดอยากจะฉีกมู่เฉียนซีเป็นชิ้น ๆ
สำนักศึกษาของแคว้นจื่อเยี่ยใหญ่มาก มู่เฉียนซีเดินตามหาที่พักตามความทรงจำที่เคยมี แม้บอกว่าเป็นหอพัก อันที่จริงเปรียบเสมือนรีสอร์ตส่วนตัวเสียมากกว่า
เพราะตระกูลมู่มีเงิน ดังนั้นเจ้าของร่างคนก่อนจึงให้ทางสำนักศึกษาจัดที่พักพิเศษส่วนตัวให้ มีแค่นางอยู่อาศัยคนเดียว
แต่ว่า…
ทันทีที่มู่เฉียนซีเข้าไปในอาคารที่พัก กลับพบว่ารองอาจารย์ใหญ่พาบุรุษชุดดำเข้ามาในที่พักของนาง
เขายิ้มประจบประแจง “ท่านอ๋องเยี่ย เชิญด้านใน เชิญด้านใน…”
แผ่นหลังของชายผู้นั้นงดงามไร้ที่ติ เส้นผมดุจแพรไหม ปอยผมเสียบด้วยปิ่นหยกส