น่าหลานอวี้ใบหน้าซีดขาว ไม่คิดว่าคุณชายมู่จะกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ ทำฮั่วอวิ๋นเกิดอารมณ์กรุ่นโกรธ
น่าหลานอวี้รีบกล่าว “มู่ซี ข้าว่าพวกเรารีบไปเถอะ!”
“ถ้าเจ้าต้องการไปก็ไป แต่เจ้าเด็กนี่อยู่ที่นี่”
ฉับพลันทันใด ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าซอมซ่อหนวดเครารุงรัง ยืนขวางทางน่าหลานอวี้ไว้ มือแตะไหล่มู่เฉียนซี เขาจ้องมอง ‘หนุ่มน้อยมู่ซี’ ด้วยสายตาเย็นยะเยือก “เจ้าเด็กน้อยตัวกะเปี๊ยก ไหนเจ้าลองพูดมาอีกครั้งซิ”
มู่เฉียนซีมองสำรวจรอบตัวเขา นางกล่าว “จะบอกให้ว่าท่านถูกพิษอัคคี พิษนี้แทรกซึมเข้าสู่กระดูกแล้ว เกรงว่าจะอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือน หรือว่าข้าพูดผิดไป ไม่ ๆ ข้าเพิ่งพูดความจริง ถึงท่านจะฆ่าข้า ความจริงก็มิเปลี่ยนแปลง”
ฮั่วอวิ๋นมีสีหน้าแปลกใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร ?”
แม้แต่น่าหลานอวี้ยังรู้สึกประหลาดใจ เท่าที่เขารู้ มู่ซีจะต้องไม่เคยพบเจอฮั่วอวิ๋นมาก่อน เหตุใดจึงวิเคราะห์ได้ว่าถูกพิษอัคคี
มู่เฉียนซีค่อย ๆ อธิบาย “ท่านพูดจาด้วยอารมณ์โกรธเกี้ยว ทั้งยังหายใจไม่สะดวก ขาดช่วง ตอนท่านออกแรงจะหายใจไม่มั่นคง นอกจากนั้น… ใบหน้าของท่านไม่ปกติ มีรอยแดงเข้ม ใต้ตาปนสีแดงดำ นิ้วมือ…”
มู่เฉียนซีร่ายยาวตามการวิเคราะห์ นางสิ้นสุดด้วยวาจาสรุป “ข้าจึงคาดการณ์ว่าท่านถูกพิษอัคคี มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินครึ่งเดือน”
น่าหลานอวี้กับหมอไป๋ถึงกับยืนอึ้งไป พวกเขารู้เพียงว่าคุณชายน้อยผู้นี้รู้วิธีปรุงยาเหย้าจี้อันแปลกประหล