ามู่เฉียนซีขึ้นเขามาบนยอดเขา มีบ้านเหล็กตั้งอยู่
“ใคร ?”
เสียงแหบพร่าดังออกมา น่าหลานอวี้ยิ้มมาตรฐานตามแบบฉบับของเขาอีกครั้ง เขาเอ่ยขึ้น “ข้าน้อยน่าหลานอวี้ อยากเชิญท่านผู้อาวุโสฮั่วอวิ๋น หลอมอาวุธวิญญาณให้สักชิ้นหนึ่ง ข้อแม้ตามแต่ที่ท่านอาวุโสเรียกร้องขอมา”
“เจ้าเด็กน่าหลาน ข้าจะบอกเจ้าให้ว่าข้าไม่หลอมอาวุธแล้ว แม้ตระกูลน่าหลานจะร่ำรวยเพียงใด มีสิ่งของล้ำค่ามากมาย ข้าก็ไม่หลอม รีบออกไปได้แล้ว ข้าเห็นแก่ตระกูลน่าหลานของพวกเจ้า ไม่เช่นนั้นข้าจะเผาพวกเจ้าให้เป็นผุยผง”
ฮั่วอวิ๋นเหมือนกับโดนคนเหยียบลงบนจุดที่เจ็บปวดที่สุดก็ไม่ปาน เกิดอารมณ์ขุ่นมัวพลันด่าทอ
“ท่านผู้อาวุโสฮั่วอวิ๋น ข้าน้อยมาร้องขอให้ท่านช่วยด้วยความจริงใจ อยากได้อะไรแล้วแต่ท่าน ขอเพียงตระกูลน่าหลานของพวกข้าสามารถทำได้”
“ออกไป! หากเจ้าพูดอีกคำ ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย”
พริบตาเดียว รังสีสังหารคืบคลานเข้าใส่ชายน้อยทั้งสอง
มู่เฉียนซีหรี่ตาลง ชายชราคนนี้อารมณ์แปลกประหลาดนัก มีระดับราชาภูตขั้นเก้า ไม่แตกต่างจากท่านอาเล็กของนางเท่าไหร่
แม้เป็นแคว้นที่อ่อนแอที่สุดในเซี่ยโจว ก็มีผู้มีวิทยายุทธอันล้ำเลิศไม่น้อย
ในประเทศที่ถือการต่อสู้เป็นใหญ่ อำนาจเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด นางจำเป็นต้องแข็งแกร่งโดยไว มิใช่เพราะท่านอาเล็กเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแคว้นจื่อเยี่ยก็ไม่หวาดกลัวสิ่งใด
ไม่แน่บางทีแคว้นนี้ นอกจากซวนหยวนจิ่วเยี่ยกับพ่อบ้านไป๋ อาจจะ