าจี้ของท่านผู้นำก็ทรงพลังมาก
เมื่อกลับมาถึงห้อง มู่เฉียนซีก็กำหนดจิตเข้าไปในศาลานิรันดร์ นางสามารถปล่อยตามใจให้ลอยไปกับสายธารา…
อาถิงสายหน้า เข้ามายืนอยู่ข้างกายนาง ด้วงตาสีเขียวจ้องมองมู่เฉียนซี
“คราวก่อนเจ้าทำลำธารของข้าสกปรก ข้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะทำให้มันกลับมาสะอาดเหมือนเดิม ข้าไม่อยากให้เจ้าเข้ามาเลยจริง ๆ คราวก่อนที่เจ้าเข้ามา สำหรับข้าคือฝันร้าย เจ้ามันฝันร้ายโดยแท้”
มู่เฉียนซีโบกมือไม่ใส่ใจ “อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ บอกมาอยากให้ข้าดูอะไร”
“มาดูเอง มันเหมาะกับเจ้าจริง ๆ”
อาถิงเคาะนิ้วเท้าเบา ๆ บนผิวน้ำ คลื่นธาราใสค่อย ๆ แยกออกจากกัน แสงสีเขียวระยิบระยับประกายล้อแสงบนพื้นผิว
ฉับพลันอาถิงพูดออกไป “ย้อนเวลา!”
ไม่มีภาพใดปรากฏออกมา หากแต่มีเสียงแปลกเล็ดลอดให้ได้ยิน
“อืม… อา… นายท่าน ท่านรุนแรงเกินไป”
“สาวงาม ให้ข้าได้ทำรุนแรงกับเจ้าให้มากกว่านี้เถอะ อืม… กำลังดี”
“อา…”
เสียงแหบพร่าและคำพูดหยาบช้า ทำให้มู่เฉียนซีใบหน้าหม่นคล้ำลงทันใด นางถีบตรงไปที่อาถิงอย่างกรุ่นโกรธ เจ้าบ้านี่ให้นางมาดูอะไร ?
“เจ้าบ้า! หากเจ้าอยากจะดูฉากสวาทนี่ก็ดูไปคนเดียวเลย ยังจะเรียกข้าเข้ามาดูอีก เจ้าบ้า! เจ้าบ้า! เจ้าบ้า! เจ้ามันรนหาที่…” มู่เฉียนซีหลับตาปี๋ ปากด่าทอไม่หยุด
อาถิงรีบหลบ มุมปากกระตุกปฏิเสธ
“ไม่ใช่ นี่เป็นความผิดพลาด ครั้งนี้เป็นความผิดพลาด”
ใครอยากให้นางเห็นฉากนั่นกัน ฉากที