งสอนนางเสียหน่อยเป็นไร
พวกเขารอมาเป็นเวลานานแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่ามู่เฉียนซีจะโผล่มา
“สตรีน่าตายนั่นมาสายอีกแล้ว”
“นางคงไม่คิดจะเบี้ยวหรอกนะ”
“กระดาษขาวตัวอักษรดำ นางจะเบี้ยวไม่ได้ ก่อนเที่ยงถ้านางยังไม่มา พวกเราจะไปตามนางเอง”
ผู้เฒ่าหลายคนรอไม่ไหวเตรียมพากันไปเรือนที่พักของมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีก็มาพอดี
นางยืนที่หน้าประตูอย่างสบาย ๆ ก่อนจะเอ่ยคำ “โอ๊ะโอ… ท่านผู้เฒ่าทั้งหลายขยันกันดีแท้ มาตั้งแต่เช้าแบบนี้ ทำให้ข้าไม่กล้าที่จะลดเงินของพวกท่านเลยเชียว”
ผู้เฒ่าใหญ่พูดว่า… “ท่านผู้นำตระกูล ครบกำหนดสามวันแล้ว ตามที่พวกเราเดิมพันกันไว้”
มู่เฉียนซียิ้ม “สามล้านเหรียญทองคำอยู่ในมือข้าแล้ว พวกเจ้าดูกันเอาเอง”
“โยนทั้งหมดลงไปเลย” ร่างของมู่เฉียนซีกะพริบ องครักษ์เงาหลายคนก็ขนเหรียญทองคำโยนไปที่ร่างของผู้อาวุโส
“อ๊าาาา!”
“มู่เฉียนซี เจ้ามันเสียสติไปแล้ว!”
— พลั่ก! —
องครักษ์เงาต่างเป็นยอดฝีมือ หากต้องการโยนเหรียญทองคำใส่คนย่อมแม่นยำ
ห้องรับรองมีพื้นที่จำกัด ผู้เฒ่าทั้งหลายไม่มีที่ให้หลบซ่อน
— ตูม! —
สามล้านเหรียญทองคำคือจำนวนไม่น้อยเลย แต่ละเหรียญที่หล่นใส่ศีรษะ ทำให้พวกเขามึนงงตาลายประหนึ่งเห็นดวงดาวพร่างพรายลอยเหนือศีรษะพวกเขา
ศีรษะที่บ้างก็ขาวโพลน บ้างก็มีผมหรอมแหร็ม ถูกเหรียญตกกระทบใส่รัว ๆ
“อ๊าาาา!” เสียงร้องโหยหวนดังมา
เพียงท่านผู้เฒ่าเก้าที่ไม่เป็นไร แต่ทว่าพื้นที่เต็มไปด้วยทองคำจนไม่มี