กเขาและเริ่มโจมตี
“อ๊า! ผี นั่นผี!”
ใครสักคนกรีดร้อง ‘กรี๊ด’ ราวกับกะเทย อยากจะวิ่งหนี ทว่าโครงกระดูกพวกนี้ว่องไวมาก พวกเขายังไม่ได้วิ่งหนีก็ถูกสังหารจนสิ้น
หากแต่โครงกระดูกตนนี้ ดูแล้วคุ้น ๆ
บนหลังคาไม่ไกลนักมีร่างของชายในเสื้อคลุมสีดำยืนอยู่ ดวงตาเผยความมืดมิดประดุจห้วงรัตติกาล
สายลมยามราตรีพัดผ่านเบา ๆ จนทำให้เส้นผมพลิ้วไสวไปตามสายลม นัยน์ตาเยือกเย็นสีฟ้าคู่นั้นจ้องตรงมายังร่างของมู่เฉียนซี พริบตาเดียวโครงกระดูกที่อยู่ต่อหน้าก็หายวับไป ไม่แม้แต่เหลือร่องรอยทิ้งไว้ ร่างของชายที่เปรียบดั่งมัจจุราชก็อันตรธานหายไปด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีมุมปากกระตุก “อย่าบอกนะ… ว่าเขาแค่เดินผ่านมาเท่านั้น”
เขาแค่มองก็รู้ว่านางปลอมเป็นอาถิงได้ในพริบตา อาถิงจะรู้ไหมว่าเขาสามารถจำได้
ชายผู้นั้นลึกลับเหมือนหลุมดำก็ไม่ปาน มู่เฉียนซีรู้สึกว่านางไม่ควรประมาทจนกว่าตนเองจะแข็งแกร่งขึ้น นางไม่ต้องการสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น
มู่เฉียนซีกลับมาที่ตระกูลมู่เพื่อพัก กระทั่งรุ่งสางก็ยังไม่ออกจากประตู
“มู่เฉียนซี เจ้าเด็กนั่นต้องแพ้อย่างแน่นอน” หนึ่งในผู้เฒ่ากล่าว ใบหน้าฉาบทาความปีติ
“ใช่! นางไม่ได้ทำอะไรเลยในช่วงสามวันมานี้ ข้าไม่เชื่อว่าสามล้านเหรียญทองคำจะหล่นลงมาจากฟากฟ้า”
“…”
สามวันได้มาถึงกำหนดแล้ว เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างพากันมาแต่เช้า พวกเขาแทบทนรอไม่ไหวที่จะเห็นมู่เฉียนซีพ่ายแพ้เดิมพัน หลังจากนั้นพวกเขาจะสั่