ยโจวใช่ว่าจะไม่มี แต่ไม่เคยเห็นนายน้อยกระตือรือร้นมากมายถึงเพียงนี้เลย
ทันใดนั้น เขารู้สึกไม่ดี
“ในที่สุดก็ออกมา เจ้าเด็กน้อย เจ้าทำให้พวกข้ารอนาน” มู่เฉียนซีใส่หมวกที่คลุมด้วยผ้าแพรออกจากบ้านประมูล คนสามสี่คนบ่นพึมพำตามออกไป
มู่เฉียนซีแฝงแววตาเย็นชา หันหลังเดินไป ไม่ได้เดินตรงไปจวนตระกูลมู่ แต่เลี้ยวเข้าซอยลึกอีกซอย
นางหันตัวกลับมาและพูดว่า “ถ้าจะปล้นก็มาปล้นตรง ๆ อย่าทำให้ข้าเสียเวลา”
วันนี้นางประมูลของดีได้มากมาย แน่นอนว่าต้องมีหลายคนอิจฉาตาร้อนและทำตัวไม่มีสมอง ไร้หัวคิด
คนฉลาดจะไม่กล้าแตะต้องคนที่อยู่ชั้นห้า เช่น องค์รัชทายาท โอวหยางเหว่ย คนที่มาไม่ใช่คนของพวกเขาทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกผิดหวัง
กลุ่มคนที่กระโดดออกมาอยู่ในระดับจอมยุทธ์ มีผู้หนึ่งแค่นเสียงแข็งกร้าว “เจ้าเด็กนี่มิใช่ผู้มีวรยุทธ์สูง ซ้ำร้ายยังวางท่าทางโอหัง”
“เหอะ! เด็กนี่อายุก็ยังไม่มาก จะร้ายกาจไปได้สักแค่ไหน”
“พูดมาก!” มู่เฉียนซีแค่นเสียงใส่ มือไม้ขยับเตรียมลงมือ ระดับผู้บำเพ็ญภูตขั้นสี่ทำให้คนพวกนี้ลำพองคิดว่าตนแน่กว่าผู้ใด
“ข้าคิดว่าเจ้านี่จะเก่งกาจมาจากไหน แค่ระดับสี่เท่านั้นเอง จะเอาสิ่งใดมาสู้ ? พวกเราจับมันเอาไว้ ให้มันเอาของออกมา!”
พวกเขายังไม่ทันได้ทำอะไร ที่พื้นด้านล่างเงากระดูกพลันปรากฏขึ้นมา พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยโครงกระดูกสีแดงคล้ายกับย้อมไปด้วยโลหิต
— แคร็ก! —
เวลานี้ โครงกระดูกเลือดสีแดงเข้าใกล้พว