นวนไม่น้อยที่ถูกสองพี่น้องนั่นนำไปซื้อทรัพยากรที่ใช้ฝึกฝน
ไม่อย่างนั้นพรสวรรค์ของมู่หรูอวิ๋นที่แต่เดิมธรรมดา จะกลายเป็นอัจฉริยะได้อย่างไรหากไม่ใช้เงินมากมายซื้อทรัพยากรเพื่อฝึกฝน ?
“ท่านกำลังสร้างเรื่องโดยเปล่าประโยชน์”
“สร้างเรื่องรึ ? ผู้เฒ่ารองอย่าลืมว่าข้า มู่เฉียนซี เป็นผู้นำตระกูลมู่” มู่เฉียนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม นางลุกออกจากที่นั่ง ชี้ไปยังเก้าอี้ตำแหน่งผู้นำตระกูลก่อนจะเอ่ยต่อ “พวกเจ้าไม่ยอมรับว่าข้าเป็นผู้นำตระกูล เช่นนั้นพวกเจ้าก็เข้ามานั่งตำแหน่งผู้นำตระกูลมู่สิ”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน จะมีใครหน้าไหนกล้า!
ตราบใดที่พวกเขาก้าวเข้าไปแม้เพียงหนึ่งก้าว เกรงว่าคุณชายสามต้องทำให้พวกเขาเป็นศพที่ไร้ร่างแน่!
“ฮ่า ๆ ๆ ฮิ ๆ” มู่เฉียนซียิ้มเย้ย
“ในเมื่อพวกเจ้าไม่กล้านั่ง ก็ให้พวกเจ้าเข้าใจตรงกันว่า ข้า มู่เฉียนซี เป็นผู้นำของตระกูลมู่ ไม่ว่าจะทำสิ่งใด จะสามารถทำได้หรือไม่ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายแม้เพียงยื่นปลายเล็บ! ท่านพ่อของข้ากับท่านอาเล็กยังไม่ก้าวก่ายเรื่องของข้าเลย แล้วพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไร!!!”
ผู้เฒ่าทั้งหลายตะลึงลานที่โดนมูเฉียนซีต่อว่า ผู้เฒ่าเก้าเงยหน้าขึ้นมองมู่เฉียนซี มุมปากกระตุกยกเป็นรอยยิ้มน้อย
สาวน้อยที่เคยขี้ขลาดและไม่กล้าแสดงออก… ครานี้กลับเป็นเหมือนคนพาลไร้ซึ่งเหตุผล
แต่ก็กลับยอดเยี่ยมมาก นางใช้ความชั่วควบคุมความชั่ว
ผู้เฒ่าใหญ่ยังถูกต่อว่า มู่เฉียนซีจา