การประชุมเริ่มขึ้น เมื่อครู่โดนมู่เฉียนซีตำหนิ พวกเขาก็ไม่กล้าพูดถึงเรื่องที่มู่เฉียนซีมาสาย
นางคือผู้นำตระกูล ผู้เป็นนายหญิงที่แท้จริงของตระกูลมู่
ต่อให้พวกเขาต้องรอครึ่งวันหรือรอครึ่งปีก็ไม่มีใครสามารถตำหนินางได้
ผู้เฒ่าใหญ่ส่งสายตาให้ผู้เฒ่าสี่ ผู้เฒ่าสี่จึงเอ่ยขึ้น “ท่านผู้นำตระกูล เมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านได้ขับไล่หมอหวังออกไปจากตระกูลมู่ ช่างเป็นเรื่องไม่สมควรยิ่ง เขาเป็นหมอปรุงยาเพียงคนเดียวของตระกูลมู่ หากไล่เขาไป… ตระกูลมู่เห็นทีต้องขาดแคลนหมอปรุงยา นี่เป็นการทำลายอัจฉริยะหนุ่มสาวของตระกูลมู่เรา ทำให้การฝึกฝนของพวกเขาหยุดชะงัก”
“ความแข็งแกร่งทางทหารของพวกเราสู้ไม่ได้กับตระกูลอื่น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเราคงถูกตระกูลอื่นกดดัน หลังจากนั้น…”
หัวข้อสนทนาที่ยาวนานของผู้เฒ่าสี่เพียงเพื่อต้องการสื่อว่าความผิดของการที่ผู้นำตระกูล มู่เฉียนซีขับไล่หวังอวิ๋นเซิ่งออกจากตระกูลมู่ ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างหนักแลผลที่ตามมานั้นจักร้ายแรงเพียงใด
มู่เฉียนซีเอ่ย “โอ้! ตระกูลมู่ของข้ากำลังจะจบสิ้นหลังจากที่ขับไล่หมอปรุงยาไร้ประสิทธิภาพออกไปคนหนึ่งอย่างนั้นรึ ? ตระกูลมู่ของข้าหยั่งรากในแคว้นจื่อเยี่ยมาเนิ่นนาน เพียงขาดหมอปรุงยาไร้ประโยชน์หนึ่งคน ถึงขนาดทำให้พวกเจ้าขาดการพัฒนาได้เลยหรือไร ?!”
“แล้วที่ผ่านมาพวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกันอยู่ เดนไร้ประโยชน์เช่นพวกเจ้าสมควรรับโทษด้วยความตายเสียตอนนี้เลย ดีหรื