งเย็นชา
“พรุ่งนี้พวกเราก็ตกลงตามนี้…”
…
วันรุ่งขึ้น
มีคนมารายงาน “นายหญิง ผู้อาวุโสทุกคนกำลังรอท่านที่ในห้องโถง การประชุมใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วในไม่ช้า”
มู่เฉียนซีเอ่ยกลับ “ข้าจะตามไปทีหลัง”
ผู้ที่มารายงานแอบคิดอยู่ในใจ มู่เฉียนซีนางคงจะกลัว เพราะทุกครั้งที่มีการประชุมประจำตระกูลมู่ ท่านผู้เฒ่าทั้งหลายต่างก็มักจะตำหนิว่ากล่าวจนทำให้ผู้นำตระกูลร้องไห้ นางจึงไม่ค่อยอยากไปเข้าร่วมประชุม
“ท่านผู้นำ ท่านผู้เฒ่าต่างรอท่านอยู่” เขาย้ำเตือนอีกครั้ง
“ข้าเป็นผู้นำตระกูล ให้พวกเขารอไป พวกเขากล้าที่จะปฏิเสธหรือ ?”
ประกายเย็นวูบปรากฏในดวงตาของมู่เฉียนซี รัศมีแห่งการกดขี่ของผู้มีอำนาจแผ่กระจายทำให้คนส่งสารผู้นั้นพูดไม่ออก
“ขอรับ”
เขารีบจากไปราวกับกำลังหนีตาย ตอนนี้ผู้นำตระกูลน่ากลัวคล้ายคุณชายสามมากขึ้นเรื่อย ๆ
มู่เฉียนซีมองไปที่แสงอาทิตย์สีเหลืองทองที่สาดแสงลอดใบไม้เข้ามา เดิมทีนางคิดว่านางจะกลายมาเป็นผู้นำตระกูลอันมั่งคั่ง กินและนอนไม่มีเรื่องอะไรให้วุ่นวาย
แต่ไม่คิดว่าตัวเองคิดในแง่ดีเกินไป!
การที่ทิ้งกลุ่มผู้เฒ่าเจ้าเล่ห์ทะเยอทะยานไว้ในตระกูลมู่ทำให้เรื่องราวต่าง ๆ มันยุ่งยากมากขึ้น
ท่านพ่อมู่เฟิงอวิ๋นถือว่าเป็นอัจฉริยะ สิบเก้าปีก่อนเขาพาครอบครัวมาที่แคว้นจื่อเยี่ยโดยนำสมุนไพรวิญญาณไปแลกเป็นเงินทุนกับฮ่องเต้และเริ่มกิจการค้าขาย
ใช้เวลาแค่เพียงสามปี ในการทำให้ตระกูลมู่กลายเป็นคหบดีร่ำรวยอันดับหน