“นำของของจวนอ๋องของข้าไป ไม่ทิ้งอะไรไว้ ก็จะไปแล้วงั้นรึ ?”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ อาจเป็นเพราะเพิ่งอาบน้ำ น้ำเสียงเลยแหบเล็กน้อย เหมือนดั่งเหล้าดีที่เก็บบ่มเพาะอย่างดีพร้อมรสชาติที่กลมกล่อมทำให้คนคิดถึงไม่มีที่สิ้นสุด
มู่เฉียนซียิ้ม “เยี่ยอ๋อง ข้าเพียงแค่กลับมาเยี่ยมชมสถานที่เดิมเท่านั้น ท่านบอกว่าข้านำสิ่งของในจวนไปท่านมีหลักฐานหรือไม่ ?”
ตอนนี้เองที่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยเคลื่อนไหว
มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าเขาลงมือตอนไหน ในพริบตาข้อมือของนางก็ถูกเขาจับไว้แน่น
ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนใกล้กันมาก ทันทีที่มู่เฉียนซีก้มหน้าลง นางก็สามารถเห็นช่วงอกในชุดคลุมที่เปิดออก มันช่างเป็นภาพที่เย้ายวนสายตาชวนให้ผู้คนที่จับจ้องเลือดกำเดาไหลได้
แต่น้ำเสียงที่เยือกเย็นทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกสั่นสะท้าน ไม่กล้าคิดลึก
“หรือว่าเจ้าอยากให้ข้าผู้นี้ค้นตัว ?”
ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นไร้ก้นบึ้งทำให้ผู้คนสั่นสะท้านไปจนถึงกระดูก
ถ้าหากเป็นผู้อื่นเอ่ยวาจาเช่นนี้ นางคงคิดว่าคนผู้นั้นกำลังแอบกินเต้าหู้นางเป็นแน่ แต่บุรุษเย็นชาอย่างมัจจุราชผู้นี้จะมากินเต้าหู้ผู้อื่นคงเป็นแค่เพียงเรื่องตลกเท่านั้น
ดวงตาที่เย็นชาของเขา ทำให้มู่เฉียนซีไม่สามารถสบสายตาเขาได้ มู่เฉียนซีมองหนังสือยืมในมือของเขาและพูดออกไปว่า… “ข้า… ข้าแค่อยากจะยืมสิ่งของจากท่าน ก็เลยจะทิ้งหนังสือยืมไว้ไง ท่านไม่ต้องกลัวว่าข้าจะไม่จ่ายคืน”
“ข้ามู่เฉียนซีผ