ู้เป็นผู้นำตระกูลมู่ อย่างอื่นขาดแคลนได้ แต่เงินทองมิเคยขาดอย่างแน่นอน ข้าสามารถจ่ายสิ่งที่ข้ายืมจากท่านได้” มู่เฉียนซีตบอกให้คำมั่นสัญญา
ซวนหยวนจิ่วเยี่ยเพียงแค่ขยับปลายนิ้ว สิ่งที่เรียกว่าหนังสือขอยืมของมู่เฉียนซีก็กลายเป็นผุยผงในทันที
“นี่ไม่นับ”
“ถ้าเช่นนั้นเยี่ยอ๋อง ท่านบอกข้ามาเถอะว่าท่านต้องการสิ่งใด” มู่เฉียนซีโบกมือไปมา
ท่าทางของมู่เฉียนซีที่ไม่ใส่ใจทำให้เยี่ยอ๋องรู้สึกไม่พอใจ อุณหภูมิรอบตัวต่ำลงทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกชันขึ้นมา
ซวนหยวนจิ่วเยี่ยก้มหน้าลง ริมฝีปากของเขาชิดเข้าใบหูของนาง ไออุ่นที่แผ่ซ่านทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกว่าใบหูของนางกำลังร้อนผ่าว
ยังดีที่น้ำเสียงอันเยือกเย็นของจิ่วเยี่ยช่วยลดอุณหภูมิให้นาง “จิ่วเยี่ย ชื่อของข้า”
“เอ่อ…” มู่เฉียนซีมองไปที่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยด้วยสีหน้าสับสน
ดวงตาสองคู่สบประสานกัน มู่เฉียนซีที่ยังคงสับสน สายตาของซวนหยวนจิ่วเยี่ยยิ่งดูอันตรายมากขึ้น
พ่อบ้านไป๋ที่แอบมองอยู่ข้าง ๆ รู้สึกร้อนรน นายท่านช่วยพูดให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหม ท่านอยากให้นางเรียกชื่อของท่าน ท่านก็เพียงแค่บอกออกไปตรง ๆ นายท่านพูดแบบนี้ใครจะไปรู้ได้ ?
ดูแล้วนายท่านคงจะชอบนางมาก ไม่เช่นนั้นนายท่านคงจะไม่ยอมให้นางเอ่ยนามของท่าน
สายลมพัดผ่านยามค่ำคืน พวกเขาก็ยังคงอยู่เช่นเดิมไม่มีเคลื่อนไหว
ซวนหยวนจิ่วเยี่ยยังคงเย็นชาเหมือนเคย มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
บุรุษผู้นี้จะยังคงจ