ับนางอยู่เช่นนี้ไปจนถึงฟ้าสางหรือไม่ ?
เขาต้องการอะไร ? ต้องทำอย่างไรเขาถึงจะปล่อยตนไป
“เยี่ยอ๋อง สายลมยามค่ำคืนหนาวเย็น ท่านสวมใส่ชุดบางเช่นนี้คงจะรู้สึกเย็น ไม่สู้ท่านปล่อยข้าแล้วพวกเราต่างคนต่างกลับห้องไปอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ ดีหรือไม่” มู่เฉียนซีหัวเราะแห้งๆ
“จิ่วเยี่ย” คิ้วงามขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาสองคำช้า ๆ อีกครั้ง
มู่เฉียนซีไม่ได้โง่ เพียงแค่หลังจากถูกลมหายใจเย็นๆของเขาเข้าปะทะ สมองของนางก็พลันคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
แต่หลังจากที่เขาเอ่ยมาสองครั้ง ในที่สุดมู่เฉียนซีก็เข้าใจ
ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้วเขาไม่ชอบให้คนอื่นเรียกเยี่ยอ๋อง!
“จิ่ว… เยี่ย”
หลังจากที่ได้ยินสองคำนี้ จิ่วเยี่ยก็ยอมปล่อย
“ขอบคุณสำหรับจินอวี่ซูหวงจือ ข้าจะคืนให้กับท่านในภายหลัง”
เมื่อมู่เฉียนซีกำลังจะถอยกลับไป แขนของนางก็ถูกรั้งอีกครั้ง
มู่เฉียนซีจ้องมองเขาด้วยความโกรธ บุรุษผู้นี้เขาชอบจับนางจนชินรึไง
ด้วยแรงเพียงเล็กน้อย เขาดึงตัวมู่เฉียนซีเข้ามาที่อ้อมแขนเขาโดยตรง เงาร่างของเขาก็กะพริบออกไปจากจุดเดิม
“ท่านพาข้าไปที่ไหน ?”
เขาคงไม่หาสถานที่ทำลายหลักฐานซากศพหรอกนะ!
แต่เส้นทางนี้ทำไมดูคุ้น ๆ
— ปัง! —
ประตูถูกผลักให้เปิดออก มู่เฉียนซีรับรู้ได้ในทันทีว่าที่นี่คือห้องยาที่นางต้องการมาเอาสมุนไพรวิญญาณ
เขาพานางมาทำอะไรที่นี่ ?
เยี่ยอ๋องมองไปที่นางพักหนึ่งก่อนเอ่ยปากพูดขึ้น “ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใดก็เอาไปให้