รับ” หลิงซือหลินก้มหน้า
เรือนอวู่โยว ในตระกูลมู่ทั้งหมดนอกจากเจ้าของเรือนนี้แล้ว ผู้ที่สามารถเดินเข้าออกตามต้องการก็มีเพียงมู่เฉียนซี ผู้นำตระกูลคนนี้เท่านั้น
หลิงซือหลินมาถึงที่หน้าประตูก็ถูกขวางทาง มู่เฉียนซีจึงเอื้อมมือไปรับยาและกล่าวว่า… “เจ้ากลับไปก่อนไป”
ท่านผู้นำตระกูลนำยามาหาคุณชายสาม ยานั้นคงไม่ใช่ยารักษาโรคของคุณชายสามหรอกนะ! หลิงซือหลินแอบคิด
เมื่อเดินเข้ามาใกล้เรือนอวู่โยวที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไผ่ ก็เห็นบุรุษสวมชุดขาวนั่งอยู่บนรถเข็นในกลางดงไผ่ทึบ เขานั่งสงบนิ่งมองนกที่โผบินผ่านไปมา
ปอยผมพาดร่วงลงมาที่ไหล่ แสงแดดที่สาดส่องผ่านต้นไม้ ประกายแสงกระทบเข้าใบหน้าเขาทำให้ดวงหน้าอันผุดผ่องดั่งหยกนี้มีความงดงามโดดเด่นเหนือใคร
เมื่อได้ยินเสียงเดิน เขามีรอยยิ้มที่สงบเหมือนสายลมที่พัดผ่านจิตใจคน “ซีเอ๋อร์มาแล้วหรือ ?”
“ท่านอาเล็ก วันนี้ข้ามาไม่ดีนะ” มู่เฉียนซีถือยา กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“มาไม่ดี เพราะเจ้าจะบังคับให้อาเล็กดื่มยาใช่ไหม ?”
มู่เฉียนซีปรุงยาในห้องยาเป็นเวลานาน ยังมีกลิ่นยาติดร่างกายอยู่ กลิ่นยังไม่เลือนหายไป
“นี่อย่างหนึ่ง” มู่เฉียนซีเดินเข้ามาใกล้ กล่าวขึ้น “อ้าปาก เชื่อฟัง ดื่มให้หมด”
มู่อวู่ซวงมุมปากกระตุกเล็กน้อย “ข้าไม่ใช่เด็ก ๆ ดื่มเองได้”
มู่อวู่ซวงรับขวดยามาพร้อมจะดื่มก็มีคนชุดดำปรากฏตัวตรงหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงอันร้อนรน “คุณชายสาม ไม่ได้…”
ผู้นำตระกูลน้อยคนนี้ธรรมดาก็