นพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ท่านพี่หลี่เทียน เรื่องราวนี้วุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว องครักษ์ของจวนหลี่อ๋องทำไมยังไม่มาช่วยพวกเรา ?”
“รอสักพัก คนในจวนหลี่อ๋องต้องมาช่วยพวกเราเป็นแน่ ท่านพี่ไท่จื่อ (องค์รัชทายาท) ต้องมาช่วยพวกเราแน่นอน”
แต่ซวนหยวนหลี่เทียนคาดไม่ถึงว่าคนที่มาช่วยเขาในซอยทางเดินถัดไปได้ถูกจัดการโดยกลุ่มสองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งทำด้วยความฉับไวเด็ดขาด แต่อีกกลุ่มหนึ่งทำเสมือนภูตยามราตรีโหดเหี้ยมเด็ดขาด แต่นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น ขณะนี้เองที่โลงมรกตอันวิจิตรได้มีเสียงเล็ดลอดออกมา
แคร่ก…
ซวนหยวนหลี่เทียนตะคอกใส่ “มู่หรูอวิ๋น เจ้าทำบ้าอะไร แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พอใช่ไหม ?”
“แต่ว่าท่านพี่หลี่เทียน ข้าร้อนมาก ร้อนจังเลย…”
ผู้คนที่สายตาดีเห็นเข้าก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“โอ้สวรรค์! แม่นางที่อยู่ข้างกายหลี่อ๋อง ใช่มู่หรูอวิ๋นของจวนมู่รึไม่ ? นี่คือคนที่มีพรสวรรค์อันลือชื่อในเมืองจื่อตูของพวกเรา ไม่คิดว่านอกจากพลังวิญญาณอันแก่กล้า เรือนร่างยังงดงามเช่นนี้”
“สาวงามเช่นนี้ยอมพลีเรือนร่างให้ หลี่อ๋องยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ดูแล้วหลี่อ๋องคงจะเป็นจริงดังว่า ไร้สมรรถภาพ!”
“สงสารสาวงามผู้นี้เสียจริง”
“คนสวย เขาไร้ซึ่งความสามารถ ให้พี่ไปเป็นเพื่อนเจ้าไหม ?”
คำพูดเกี้ยวพาราสีต่าง ๆ นานา มีเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้มู่หรูอวิ๋นอับอายจนอยากจะปลิดชีพตนเอง
แต่นางไม่สามารถบังคับร่างกายของนางได้ ได้แต่แสดงอาการอ่อน