มู่หรูอวิ๋นเมื่อเห็นซวนหยวนหลี่เทียนถูกลบหลู่เกียรติถึงเพียงนี้ ก็พลันตัวสั่นเทิ้มที่ถูกมู่เฉียนซียั่วอารมณ์จนแทบระเบิดโทสะ ทว่าทำได้เพียงกระทืบเท้าด้วยความโกรธแค้น ก่อนเอ่ยต่อว่าอย่างไม่พอใจ
“นี่! …มู่เฉียนซี แม้เจ้าจะมีสถานะเป็นถึงผู้นำตระกูลมู่ แต่ทว่าเจ้ากลับทำเรื่องที่น่ารังเกียจยิ่งนัก เจ้ากล้าหยามเกียรติท่านพี่หลี่เทียน ผู้เป็นถึงองค์ชายแห่งตระกูลซวนหยวนได้หรือ ?”
“หึ! หยามเกียรติ… ข้าน่ะหรือหยามเกียรติ! คนไร้เกียรติไร้สัจจะเช่นหลี่อ๋องผู้นี้ มีสิ่งใดให้ข้าต้องหยามเกียรติหรือ เจ้าลองชายตาอันโง่งมของเจ้าดูให้ดี หลี่อ๋องผู้นี้มีสิ่งใดเหนือกว่าข้าหรือ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาที่แสนอัปลักษณ์ หรือจิตใจที่แสนจะชั่วช้า หากไม่นับว่าเป็นองค์ชายของฮ่องเต้ คนผู้นี้มิมีสิ่งใดเทียบกับข้าได้เลยแม้สักเศษเสี้ยวเดียว”
“หลี่อ๋องผู้นี้เป็นได้เพียงคนไร้ค่า ไร้ประโยชน์เท่านั้น แม้แต่สตรีผู้ไร้ประโยชน์เช่นข้า ก็ยังสามารถเอาชนะได้เลย”
มู่เฉียนซีหยิบยกคุณสมบัติของซวนหยวนหลี่เทียนมาพรรณนาให้มู่หรูอวิ๋นฟังทีละข้ออย่างไม่หวั่นเกรง
มู่หรูอวิ๋นผู้ที่เคยมีฝีปากกล้าไม่เป็นสองรองใคร ตอนนี้กลับนิ่งอึ้งชะงักไป ได้ยินเพียงเสียงตะกุกตะกักพูดอยู่ในลำคอ
“ท่านพี่หลี่เทียน… ท่าน… เอ่อ…”
มู่หรูอวิ๋นไม่อาจหาคำใดมาโต้แย้งมู่เฉียนซีได้ ได้แต่จับจ้องใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าอย่างตกตะลึงในความร้ายกาจที่คาดไม่ถ