างในอดีตที่ขลาดกลัวการมีเรื่องมากนัก
อีกทั้งบัดนี้ยังมีมู่อวู่ซวงคอยให้ท้ายอยู่ข้างๆ เขาเลยต้องอดทนไว้ก่อน
“พวกเจ้า ไปเตรียมพู่กัน หมึก และแผ่นกระดานมา”
“ขอรับ”
เมื่อของที่มู่เฉียนซีต้องการถูกเตรียมพร้อมแล้ว จากนั้นนางก็หยิบพู่กันเพื่อเริ่มเขียน เริ่มด้วยคำว่า
‘หนังสือถอนหมั้น’
พ่อบ้านไป๋ที่คอยดูละครอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
“ลายมือของท่านผู้นำตระกูลมู่ช่างดูใจกว้างตรงไปตรงมา เด็ดขาดไร้แววลังเล เยี่ยมนัก”
มู่เฉียนซีกระตุกมุมปากแม้ว่าลายมือของนางจะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็ไม่ได้เลิศเลอเกินจริงดั่งคำชมของพ่อบ้านไป๋
ในตำหนักอันวังเวงแห่งนั้น พ่อบ้านไป๋จัดการทุกเรื่องได้อย่างเป็นระบบระเบียบ แต่นางกลับไม่รู้เลยว่า ชายชราผู้นี้ยังถนัดด้านการพูดประจบอีกด้วย
ในฐานะที่นางเป็นสตรีคนแรกและคนเดียวที่เข้าไปในจวนของนายท่านแล้วยังมีชีวิตรอดกลับมาได้ พ่อบ้านไป๋จึงปฏิบัติกับมู่เฉียนซีดั่งนายหญิงของตนเองแล้ว สำหรับนายหญิงแล้วเขาก็ต้องกล่าวชมให้มากสิถึงจะเป็นการดี
มู่เฉียนซีถือพู่กันเขียนต่อพร้อมเอ่ยขึ้นว่า
“หลี่อ๋อง ซวนหยวนหลี่เทียน แม้ว่าเขาจะหมั้นหมายกับข้าเพราะพระราชโองการของฮ่องเต้ ทว่าเขามีใบหน้าธรรมดา ไร้ความสามารถ ขาดสัจจะ โหดเหี้ยมไร้ความปรานี ทั้งยังหยอกล้อยั่วเย้าหญิงอื่น พัวพันกับสตรีมากมาย ดังนั้นข้า มู่เฉียนซีขอประกาศว่านับแต่นี้ไป จักขอถอนสัญญาหมั้นหมายกับซวนหยวนหลี่เทียน”
ม