ที่เป็นอาหลานร่วมสายเลือด ช่างเหมือนกันเสียเหลือเกิน
ได้ยินดังนั้น มู่หรูอวิ๋นก็โกรธจนหน้าหม่นคล้ำ ซวนหยวนหลี่เทียนเองก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ยิมยอม
“ข้าปวดใจที่อวิ๋นเอ๋อร์ถูกทำร้าย จึงว่ากล่าวนางไปเล็กน้อย แต่มู่เฉียนซีกลับจิตใจอำมหิต กล้าลงมือกับข้า ทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เท่านั้นยังไม่พอ นางยังคิดจะเอาข้าโยนเข้าไปในโลงศพอีก นางคงอยากจะให้ข้าตายเป็นแน่!”
“เหล่าทหารคุ้มกันของข้าไม่อาจทนดูต่อไปได้จึงออกมาปกป้องข้า แต่ในใจจริงแท้ ข้าไม่เคยคิดที่จะทำร้ายนางเลยสักนิด เพียงแค่อยากให้นางสงบลงและไม่ทำเรื่องเหลวไหลอีกเท่านั้น”
ซวนหยวนหลี่เทียนทำท่าทีราวกับตนเป็นผู้ถูกกระทำ พูดราวกับกำลังได้รับความไม่เป็นธรรมหนักหนา
มู่อวู่ซวงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ยถามกลับไปเสียงเย็นชา
“เป็นเช่นนั้นหรือ ? “
ทั้งผู้เฒ่าใหญ่ ผู้เฒ่ารอง ผู้เฒ่าสาม รวมถึงคนสกุลมู่คนอื่น ๆ ต่างพากันพยักหน้าหงึกหงัก ช่วยยืนยันวาจาของซวนหยวนหลี่เทียน ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวเสริมกันอย่างพร้อมเพรียงอีกว่า
“ข้าน้อยก็อยู่ในเหตุการณ์ สิ่งที่ท่านอ๋องกล่าวมาล้วนเป็นความจริงทุกประการขอรับ”
“ท่านอ๋องกล่าวจริงแท้ทุกประโยค ครั้งนี้เป็นความผิดของท่านผู้นำตระกูล”
“…”‘ตาเฒ่าพวกนี้เห็นทีจะเปลี่ยนจากแซ่มู่ หันไปใช้แซ่ซวนหยวนกันหมดแล้ว แต่ละคนพูดจาเข้าข้างซวนหยวนหลี่เทียนจนออกนอกหน้า’ซวนหยวนหลี่เทียนเหยียดยิ้มที่มุมปากขึ้นเล็กน้อย‘ครั้งนี