มู่เฉียนซี สตรีที่เคยไม่เอาไหน ยามนี้นางไม่เพียงมิใช่คนไร้ค่าเท่านั้น แต่ยังเป็นถึง ผู้บำเพ็ญภูตที่มีพลังธาตุน้ำ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญภูตทั่วไป อีกทั้งทั่วแคว้นจื่อเยี่ยแห่งนี้ มีหลักฐานว่าเคยปรากฏผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุเพียงแค่สองคนเท่านั้น
…‘ไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้ จะปรากฏคนที่สามขึ้น และคนผู้นั้นไม่ใช่คนอื่นไกล ทว่าคือคู่หมั้นของเขาเอง’ …ซวนหยวนหลี่เทียนนิ่งนึกอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
…‘มู่เฉียนซีไม่ใช่คนไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว อีกทั้งเมื่อใบหน้าของนางไร้เครื่องสำอางมาบดบังก็เผยให้เห็นความงดงามมากมายเพียงนี้ นี่ยังไม่นับรวมกับสถานะของนางที่เป็นถึงผู้นำตระกูลมู่ที่ร่ำรวยมหาศาล หาตระกูลใดเทียบได้ในแคว้นจื่อเยี่ย หากได้ตบแต่งกับนางก็ย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ส่วนอวิ๋นเอ๋อร์นั้นให้เป็นพระชายารองไปเสียก็ได้’
…‘เพราะถึงอย่างไร อวิ๋นเอ๋อร์เองก็เป็นเพียงหลานสาวของท่านผู้เฒ่ารองแห่งสกุลมู่ เป็นเพียงบ่าวรับใช้ในบ้านเท่านั้น สถานะเช่นนี้มิอาจจะขึ้นเป็นพระชายาเอกของผู้สูงศักดิ์เช่นข้าผู้นี้ได้อยู่แล้ว’
ซวนหยวนหลี่เทียนคิดฟุ้งซ่านหาเหตุผลเพื่อให้การแต่งงานกับมู่เฉียนซีกลายเป็นเรื่องชอบธรรม ท่านอ๋องผู้เคยมีรักมั่น หลงลืมคำรักที่เคยกล่าวไว้ต่อหน้ามู่หรูอวิ๋นไปสิ้น
ทว่ายังไม่ทันออกจากภวังค์ มู่เฉียนซีก็สะบัดมือด้วยความรวดเร็ว ฝ่ามือนั้นเรียกสติของซวนหยวนหลี่เทียนที่ดูเหมือนจะหลุ