“ข้ามู่เฉียนซี เป็นผู้นำตระกูลมู่ จะแต่งกับใครก็ต้องให้หญิงรับใช้เห็นด้วยอย่างนั้นหรือ หลี่อ๋องนับว่าวันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” มู่เฉียนซีเอ่ยเหน็บแนมขึ้นหลังจากฟังคำต่อรองของคู่หมั้นที่นางไม่นึกอยากแต่งงานด้วย
“แม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้นำตระกูลมู่ แต่หญิงที่ข้ารักมีเพียงอวิ๋นเอ๋อร์เพียงผู้เดียวเท่านั้น”
เมื่อได้ฟังท่านอ๋องผู้มีความรักลึกล้ำดั่งมหาสมุทรต่อมู่หรูอวิ๋นกล่าวเช่นนั้น ทำเอามู่เฉียนซีอดไม่ได้ที่จะเหยียดยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า…
“ในเมื่อท่านหลี่อ๋องมีใจรักมั่นเช่นนี้… ข้าก็ไม่อาจใจดำแยกพวกท่านออกจากกันได้ แต่ว่าหลี่อ๋อง… เพื่อสตรีที่ท่านรัก ท่านจะยอมเดิมพันกับข้าสักตั้งหรือไม่”
“เดิมพันรึ เดิมพันอย่างไร ?”
“เมื่อครู่นี้หญิงที่ท่านรักเดิมพันกับข้าอย่างไร คราวนี้ข้าก็จะเดิมพันกับท่านอย่างนั้น หากว่าข้าแพ้ ข้าจะทูลขอให้ฮ่องเต้ยกเลิกสัญญาหมั้นหมายครั้งนี้ของเรา แล้วท่านอยากจะแต่งกับใครก็แต่ง แต่หากท่านแพ้ก็ช่วยยกโลงศพของ ‘ท่าน’ กลับตำหนักหลี่อ๋องไปเสีย”
“นี่… เจ้า…”
ซวนหยวนหลี่เทียนอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึงกับวาจาโอหังของสตรีไม่เอาไหนตรงหน้า แต่ถึงแม้จะโมโหอย่างไร เขาก็คิดขึ้นได้ว่าหากตนเป็นฝ่ายชนะก็จะได้ผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า ทั้งยังรอดพ้นจากสตรีผู้นี้อีกด้วย
ถึงแม้ท่าทีของมู่เฉียนซีจะดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้บ้าง แต่ซวนหยวนหลี่เทียนก็ปักใจเชื่อว่านางยังรักเขายิ่งชีพ จึ