งเป็นไปไม่ได้ที่นางจะเปลี่ยนใจ ทว่าที่คนตรงหน้าต้องเดิมพันเช่นนี้ คงเป็นเพราะนางรู้ว่าเขารักอวิ๋นเอ๋อร์สุดหัวใจ ถึงเลือกใช้วิธีนี้เพื่อช่วยให้บุรุษที่ตนรักได้สมหวัง …‘ช่างเป็นความคิดที่น่ายกย่องเหลือเกิน เมื่อเขาแต่งอวิ๋นเอ๋อร์เข้าวังแล้ว จะไม่ลืมกลับมาตอบแทนนางเป็นอย่างดี’
‘ส่วนเรื่องเดิมพันน่ะหรือ… ผู้บำเพ็ญภูตระดับห้าแห่งแคว้นจื่อเยี่ยจะพ่ายแพ้ให้แก่คนไร้ความสามารถหาค่ามิได้เช่นนางได้อย่างไรกัน’
หลังจากนึกเพ้อเจ้อจนเสร็จสิ้น ซวนหยวนหลี่เทียนก็รีบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
“ได้ ข้ารับปาก”
ได้ฟังดังนั้น มู่เฉียนซีจึงป่าวประกาศให้ได้ยินทั่วกันพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ผู้เฒ่าทุกท่าน พวกท่านก็ได้ยินกันแล้ว หากถึงเวลานั้นมีคนผิดสัญญา พวกท่านจะต้องเป็นพยานให้ข้าด้วย ไม่เช่นนั้นสกุลมู่ก็นับว่าเลี้ยงคนเสียข้าวสุก”
“ใช่แล้ว เมื่อผลแพ้ชนะออกมา ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจผิดสัญญาได้” ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวสำทับ
“แน่นอนอยู่แล้ว” ท่านผู้เฒ่าทั้งสามตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เริ่มกันเถอะ!”
ซวนหยวนหลี่เทียนเร่งเร้า เขานึกอยากจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยไว
“ได้”
“เชิญเจ้าลงมือก่อน ข้าไม่อยากขึ้นชื่อว่ารังแกสตรี”
“ถ้าอย่างนั้น…”
เงาร่างในชุดคลุมสีม่วงแวบผ่านทันทีรวดเร็วดั่งภูตผี มู่เฉียนซีจู่โจมจุดตายว่องไวไม่ไว้หน้า ซวนหยวนหลี่เทียนตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็ระเบิดพลังออกมาเพื่อเลี่ยง