การโจมตีจากมู่เฉียนซี
ท่านผู้เฒ่าที่อยู่โดยรอบสนามประลองต่างก็อุทานกันอย่างตกใจ
“ผู้บำเพ็ญภูตระดับห้า! หลี่อ๋องผู้นี้สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสิบอัจฉริยะแห่งแคว้นจื่อเยี่ยของเรา ยังเยาว์วัยอยู่แท้ ๆ แต่กลับฝึกถึงขั้นนี้แล้ว”
“แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ มู่เฉียนซีถึงมีความเร็วระดับนั้น แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงแล้ว นางย่อมพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย”
ท่านผู้เฒ่าที่สูงวัยที่สุดเอ่ยเป็นเชิงเยินยอบุรุษฝ่ายตรงข้ามแทนที่จะเป็นผู้นำตระกูลมู่ของพวกตน แม้จะเป็นท่านผู้เฒ่าแห่งสกุลมู่ แต่เขาก็นึกชังผู้นำตระกูลที่น่าขายหน้าผู้นี้มานานแล้ว และยิ่งรังเกียจที่ต้องมาอดทนอยู่ใต้อำนาจของคนไม่เอาไหนเช่นนี้ ต้องคอยฟังคำสั่งจากนาง เป็นวัวเป็นควายให้นางใช้งาน
ภายในสนามประลอง ซวนหยวนหลี่เทียนตามติดมู่เฉียนซีไม่ห่าง ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกเร้าผลัดกันตั้งรับอย่างไม่มีใครยอมใคร ขณะจู่โจมไปมา มู่เฉียนซีก็ได้แต่แอบบ่นในใจ
‘ตอนนี้ข้ามีพลังระดับสาม ยังห่างชั้นกับระดับห้าของซวนหยวนหลี่เทียนอยู่สองระดับ หนทางจะชนะได้นับว่าค่อนข้างลำบากนัก’
มู่เฉียนซีสะบัดมืออย่างรวดเร็วครั้งหนึ่ง พลันขวดใส่ผงแป้งในแขนเสื้อของนางก็ไถลลงมาสู่กลางฝ่ามือ นางยกมุมปากยิ้มเย็นยะเยือกอย่างผู้มีแผนการร้าย
ซวนหยวนหลี่เทียนมอบโลงศพมรกตให้นาง นางก็ไม่ถือสาหากจะต้องมอบของขวัญชิ้นโตนี้ให้เขาเช่นกัน
ขณะนั้นเองก็มีเสียงฮึดฮัดเบา ๆ