ึงขั้นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?’ กระบวนท่าของมู่หรูอวิ๋นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้น วันนี้มู่เฉียนซีต้องตายสถานเดียว!
กระบวนท่าที่สอง
ที่สาม
ที่สี่…
มู่หรูอวิ๋นเหงื่อท่วมกาย แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไม่คิดชีวิตเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้มู่เฉียนซีได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
ทุกคนในลานต่างปากอ้าตาค้าง ‘คนตรงหน้ายังเป็นผู้นำตระกูลผู้แสนไร้ค่าของพวกเขาจริงหรือ ?’
ดวงตาของมู่หรูอวิ๋นฉายแววเหี้ยมโหด พลังแห่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าระเบิดออก ผู้ถูกเรียกขานว่าคุณหนูรองตระกูลมู่เตรียมลงมือถึงชีวิต ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้งัดกระบวนท่าออกมาใช้ มู่เฉียนซีก็มาปรากฏตัวข้างกายของนางราวกับภูตผี มือคู่หนึ่งยื่นมาตรึงข้อมือของนางไว้และรัดแน่นราวคีมเหล็ก
“เจ้า… ปล่อยนะ…” เม็ดเหงื่อเย็น ๆ ผุดพรายออกมาเต็มใบหน้าของมู่หรูอวิ๋น นางร้องเสียงแหบพร่า
— กร๊อบ! —
มู่เฉียนซีเพียงบิดเบา ๆ กระดูกข้อมือบางของมู่หรูอวิ๋นก็พลันแตกละเอียด
“กรี๊ด~…”
มู่หรูอวิ๋นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ซวนหยวนหลี่เทียนได้ยินเสียงของสตรีผู้เป็นที่รักก็ปวดใจยิ่งนัก
บุรุษผู้มีบรรดาศักดิ์สูงส่งตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
“มู่เฉียนซีหยุดเดี๋ยวนี้นะ อวิ๋นเอ๋อร์แพ้แล้วเจ้ายังจะลงมือโหดร้ายเพียงนี้อีก เจ้าช่างอำมหิตเกินไปแล้ว”
มู่เฉียนซีตีสีหน้าใสซื่อ “หลี่อ๋องเข้าใจผิดแล้ว แท้จริงแล้วข้านั้นใจดีมีเมตตา คนที่ใจดำอำมหิตคือนางต่างหากเล่า”