มู่เฉียนซียิ้มเย็น ‘คู่หญิงชั่วชายเลว ช่างเหมาะสมกันโดยแท้! วางแผนชั่วช้า ถือโอกาสเปลี่ยนตัวเจ้าสาวในพิธีศพนาง แล้วยังเสแสร้งปั้นหน้าใสซื่อ กล่าวว่าตนเป็นผู้มีคุณธรรมได้อีก’
“หึ ๆ ๆ หลี่อ๋อง ยังไม่ทันได้ถอนหมั้น ท่านก็จะเลือกคู่ใหม่แล้วหรือ ใจร้อนไปหน่อยกระมัง”
วาจาเหน็บแนมดังขึ้น เสียงนั้นเย็นเยียบและฟังดูร้ายกาจจนน่าขนลุก หลี่อ๋องไม่อาจฟังออกว่าเป็นเสียงของผู้ใด
“นั่นใคร ออกมาเดี๋ยวนี้ โถงตั้งศพของซีเอ๋อร์ไม่ใช่ที่ให้เจ้ามาล้อเล่น”
มู่เฉียนซีเยื้องย่างออกมาจากมุมมืดด้านหลังโลงศพของตน เมื่อคนในโถงเห็นใบหน้าอันแสนคุ้นเคยนั่น ก็พลันหน้าเปลี่ยนสี
“ผีหลอก!”
“ศพเดินได้!”
“…”
เพียงไม่นาน โถงตั้งศพของสกุลมู่ก็โกลาหลไปหมด มู่หรูอวิ๋นเบิกตากว้าง นางจ้องมู่เฉียนซีอย่างตะลึงงัน ปากคอสั่นพูดจาไม่เปนภาษา
“ซีเอ๋อร์… เจ้าคือซีเอ๋อร์…”
“ลู่อี้ สั่งสอนมู่หรูอวิ๋นให้ข้าที ชื่อเล่นของข้า ให้นางเรียกได้หรือ” มู่เฉียนซีเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าวาจานั้นบาดลึกราวคมมีด
“เจ้าค่ะ…”
ลู่อี้กำลังจะลงมือตบตีมู่หรูอวิ๋น แต่กลับถูกซวนหยวนหลี่เทียนขวางไว้ พร้อมเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยว
“หยุดนะ! มู่เฉียนซี ก่อกวนพอหรือยัง เจ้าแกล้งตายทำให้อวิ๋นเอ๋อร์เสียใจร้องไห้ใจแทบขาด ถึงขนาดนี้แล้วยังกล้ารังแกนางอีกหรือ”
“ยามปกติ เจ้ามันหยิ่งยโสจองหอง เอาแต่ฟุ้งเฟ้อไร้แก่นสาร ทำตัวไร้ค่า ไร้ยางอายไปวัน ๆ ไม่นึกเลยว่าจิตใจจริงแท้ก็ยังร้าย