กาจ กล้าทำกับพี่น้องถึงเพียงนี้”
มู่เฉียนซียิ้มหยัน
“หลี่อ๋อง อยากปกป้องหญิงงาม ก็อย่ามาทำในบ้านข้า… ที่นี่ ข้ามู่เฉียนซีเป็นใหญ่ที่สุด ส่วนมู่หรูอวิ๋น หากนับให้ดีนางก็เป็นเพียงบ่าวรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น”
มู่หรูอวิ๋นหน้าซีดเผือด ตั้งแต่ครั้งแรกที่มู่เฉียนซีปรากฏตัวในบ้านสกุลมู่ เพราะทั้งสองวัยใกล้เคียงกันจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นเพื่อนเล่นกันได้ แต่ไหนแต่ไร เสื้อผ้าอาภรณ์ของกินของใช้ที่มู่เฉียนซีมีนางเองก็ได้รับ และทั้งหมดก็ล้วนสามารถเทียบเคียงได้กับองค์หญิงแห่งแคว้นจื่อเยี่ย ทว่านั่นกลับไม่ได้ช่วยลบล้างความจริงที่ว่า แม้ท่านปู่ของนางจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เฒ่าสกุลมู่ แต่ก็เป็นเพียงบ่าวที่คอยรับใช้สกุลมู่เป็นวัวเป็นควายเท่านั้น ดังนั้นสถานะของนางจึงเป็นได้เพียงบ่าวรับใช้ของที่นี่ตลอดไป
มู่หรูอวิ๋นนึกชิงชังยิ่งนัก เหตุใดกัน ทั้งที่นางเป็นเลิศกว่ามู่เฉียนซีทุกด้าน แต่กลับต้องอยู่ต่ำกว่ามู่เฉียนซีเพียงเพราะชาติกำเนิด
มู่เฉียนซีอยากแต่งงานกับใคร เพียงทูลขอฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ก็ได้แต่ง ส่วนนางกลับทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนมองชายอันเป็นที่รักตบแต่งกับหญิงอื่น
มู่เฉียนซีสิ้นลมไปแล้วแท้ ๆ เหตุใดนางถึงฟื้นชีพขึ้นมาได้ แล้วยังจะกลับมาแย่งท่านพี่หลี่เทียนไปอีก
ในตอนนั้น ซวนหยวนหลี่เทียนเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “มู่เฉียนซี อวิ๋นเอ๋อร์เห็นเจ้าเป็นพี่น้องแท้ ๆ มาตลอด แต่แท้จริงแล้วในสายตาเจ้ากลับมองนา