กเราได้สมหวังด้วย”
กล่าวจบ มู่หรูอวิ๋นก็เล่นบทน่าสงสารต่อ นางกำลังจะคุกเข่าลงแสร้งทำท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่าซวนหยวนหลี่เทียนกลับรุดเข้ามารั้งร่างนางไว้ก่อน
“หรูอวิ๋น อย่าไปขอร้องหญิงต่ำช้าไร้ยางอายเช่นนี้ ต่อให้นางเป็นผู้นำตระกูลมู่แล้วจะอย่างไร ข้ารักเพียงเจ้าผู้เดียวเท่านั้น!” ซวนหยวนหลีเทียนมองมู่หรูอวิ๋นด้วยแววตารักใคร่ลึกซึ้ง
“ท่านพี่หลี่เทียน…”
มู่หรูอวิ๋นมองเขากลับอย่างลึกล้ำเช่นกัน พร้อมกันนั้นก็ทำทียืนขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะมองไปยังมู่เฉียนซีอีกครั้ง
“ซีเอ๋อร์ มีบางคำที่ข้าไม่เคยเอ่ยกับเจ้า กลัวจะทำให้เจ้าต้องเจ็บช้ำ แต่วันนี้เจ้าทำเกินไปแล้ว ข้าจำเป็นต้องพูด”
“เรื่องฝึกตนบำเพ็ญตบะเจ้าก็ทำไม่ได้ พรสวรรค์เจ้าก็ไม่มี หน้าตารึก็…”
“ฮึ! คนที่ทำได้แค่ขายรอยยิ้มในหอคณิกาอย่างเจ้า จะสามารถเทียบกับข้าได้อย่างนั้นหรือ!” มู่หรูอวิ๋นเอ่ยอย่างเย้ยหยัน เดิมทีนางต้องการปรามาสใบหน้าของมู่เฉียนซีแต่เมื่อได้เห็นใบหน้าไร้เครื่องสำอางนั้น ประโยคหลังของสตรีผู้คิดว่าตนเหนือกว่าทุกด้านจึงแผ่วเบาไม่มั่นใจ ทั้งยังฟังฮึดฮัดขัดใจเต็มที
คำพูดของมู่หรูอวิ๋นทำให้ทุกคนจ้องมองไปยังมู่เฉียนซี ใบหน้าซึ่งไร้การแต่งแต้มนั้น ช่างโดดเด่นงามล้ำเหนือผู้ใด
เมื่อก่อนใบหน้าของท่านผู้นำตระกูลมักถูกแต้มทาด้วยแป้งผัดหน้าจนหนา เครื่องสำอางก็หลากสีสันชวนวิงเวียน มองแล้วขัดตา ไม่นึกว่ายามที่ล้างออกจะงดงามถึงเพียงนี