เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่มู่เฉียนซีหายไปที่สุสานไร้ญาติ ดูเหมือนว่าคนในสกุลมู่จะคิดว่านางได้ตายไปแล้ว แม้แต่ห้องโถงตั้งศพก็สร้างจนแล้วเสร็จ เหลือแค่เพียงนำนางไปฝังดินให้ตายอย่างสงบเท่านั้น
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปภายใน นางอยากจะไปดูให้เห็นกับตาว่าผู้เฒ่าพวกนั้นจะจัดพิธีศพของนางที่เป็นถึงผู้นำตระกูลมู่อย่างไร ผู้คนที่อยู่ด้านนอกร่ำไห้ด้วยความโศกสลด แต่เมื่อไปถึงภายในบริเวณโถงตั้งศพกลับเงียบวังเวงเป็นที่สุด แท้จริงแล้วก็มิได้วังเวงนัก เพราะยังมีหญิงรับใช้ข้างกายนางคอยเฝ้าอยู่กลางโถงตั้งศพไม่ห่าง ทว่าเพียงพริบตาหญิงรับใช้ที่สวมชุดสีชมพูกลับค่อย ๆ เปิดโลงศพและยื่นมือเข้าไปล้วงของข้างในออกมาเงียบ ๆ
“ท่านผู้นำตระกูล ท่านสิ้นซากไร้กระดูก ท่านผู้เฒ่าจึงต้องตั้งสุสานฝังของใช้ให้ท่าน ข้างในมีแต่ของดีมีค่าที่ท่านใช้ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ทั้งนั้น หากท่านไม่เสียไปก่อนท่านก็มอบของพวกนี้เป็นรางวัลให้แก่ข้าอยู่แล้ว หากต้องนำไปฝังกลบดินให้เสียของ มิสู้ให้ข้าไว้ใช้เสียไม่ดีกว่าหรือ”
ปากของนางพูดไป มือก็พลอยหยิบเครื่องเงินเครื่องทองไข่มุกของมีค่ายัดใส่อกเสื้อตัวเอง ทันใดนั้นเสียงเย็นยะเยือกก็ดังขึ้น
“ในเมื่อนายของเจ้าดีกับเจ้าขนาดนี้ เจ้าก็จงฝังร่างตนเองไปพร้อมนางเสียเลยดีกว่า เมื่อไปอยู่ในนรกกับนายของเจ้าแล้ว อยากได้เท่าไรก็ย่อมได้มิใช่หรือ ?”
เมื่อ ‘ลู่อี้’ ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย นางก็พลันรู้สึกขนลุกข