นพองไปทั่วตัว
— ตุบ ! —
นางรีบคุกเข่าลงและโขกหัวคำนับพื้นทันที
นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำตาว่า “นายท่าน ข้าไม่อยากตาย ข้ายังไม่อยากตายเจ้าค่ะ ท่านอย่าได้ลากข้าไปฝังพร้อมท่านเลย ข้าไม่ได้ทำร้ายท่านจนตายนะเจ้าคะ หากท่านจะมาก็น่าจะไปหาคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลโอวหยางนะเจ้าคะ ฮือ”
“อืม เจ้าอยากจะให้ข้าตายขนาดนั้นเลยหรือ ?” ร่างในชุดสีม่วงอ่อนของมู่เฉียนซีลอยพลิ้วลงมายืนอยู่เบื้องหน้านาง
ลู่อี้เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนั้น ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “ผีหลอก!”
“แค่ก แค่ก แค่ก…”
มือเรียวบางคู่หนึ่งบีบเข้าที่คอของนาง มู่เฉียนซียิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “อย่าร้องตะโกนเชียวนะ ถ้าร้องอีกทีข้าจะหักคอเจ้าเสีย”
— ตึง! —
มู่เฉียนซีผลักหญิงรับใช้ไปให้พ้นทางราวกับโยนผ้าขี้ริ้ว
ลู่อี้รู้สึกเจ็บปวดจนมิอาจลุกขึ้นได้ นางขดตัวอยู่ที่มุมห้องและมองไปยังมู่เฉียนซีอย่างหวาดผวา ร่างสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ตอนที่นางถูกบีบคอมือของนายหญิงยังอุ่นอยู่… ‘เช่นนั้นก็แสดงว่านายหญิงยังไม่ตายน่ะสิ!’
แต่นายหญิงในยามนี้ช่างแตกต่างกับเมื่อก่อนเหลือเกิน ไร้ความอ่อนแอขี้ขลาดเหมือนวันวาน มีเพียงความเหี้ยมโหดอันตราย… ‘นี่คือผู้นำตระกูลมู่ของพวกนางจริง ๆ น่ะหรือ ?’
“นายหญิงได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ในยามปกติข้าก็แค่ลักขโมยเครื่องประดับมุกของท่านเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ข้าไม่เคยทำอะไรที่เป็นการทำร้ายท่านมาก่อนอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
ทั