ี่นางจะอยู่ได้อย่างสุขสบาย”
ผู้เฒ่าทั้งสองได้ยินดังนี้ก็ตอบอย่างซาบซึ้งใจ “ขอบพระคุณท่านอ๋องมากพ่ะย่ะค่ะ”
มู่หรูอวิ๋นมีท่าทีซาบซึ้ง “ท่านพี่หลี่เทียน ท่านช่างดีกับซีเอ๋อร์เหลือเกิน หากเสี่ยวซีที่อยู่ในปรโลกได้รับรู้ก็จะต้องซาบซึ้งมากเป็นแน่”
มู่เฉียนซีที่ควรอยู่ในปรโลกและต้องซาบซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น บัดนี้ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดและได้แต่แสยะยิ้มเย็นชา หากวันนี้นางตายไปแล้วจริง ๆ เมื่อโลงมรกตที่ประดับประดาด้วยของมีค่ามากมายถูกหามออกจากจวนสกุลมู่ เรื่องที่ว่าผู้นำตระกูลมู่ตายแล้วก็ยังมิวายฟุ่มเฟือย ผลาญสมบัติ คงจะได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งแคว้นจื่อเยี่ยเป็นแน่
‘มอบขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้มาให้ หลี่อ๋องผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาดีอย่างแน่นอน’ มู่เฉียนซีคิด
ซวนหยวนหลี่เทียนเอ่ยขึ้น “ท่านผู้เฒ่ามู่ สามปีที่แล้วข้าและซีเอ๋อร์ตกลงหมั้นหมายกัน แต่ไม่คาดคิดเลยว่า ยังไม่ทันได้เป็นพระชายาของข้า นางก็ต้องมามีชะตากรรมเช่นนี้เสียแล้ว ข้าเศร้าเสียใจนัก”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์และเศร้าโศก ชวนให้คนฟังเชื่อว่าเขาอยากจะแต่งงานกับมู่เฉียนซีเสียเหลือเกิน
“ตอนนี้ซีเอ๋อร์สิ้นชีวิตแล้ว แต่ข้าไม่อยากจะเป็นคนไร้สัจจะ สัญญาหมั้นหมายนี้ข้าจะไม่ยอมยกเลิกโดยเด็ดขาด อย่างไรซีเอ๋อร์และอวิ๋นเอ๋อร์ก็มีไมตรีดั่งพี่น้อง หากอวิ๋นเอ๋อร์แต่งงานกับข้าแทนซีเอ๋อร์ได้ ซีเอ๋อร์ย่อมต้องดีใจ และอวยพรให้แก่พวกเราเป็นแน่”
มู่หรูอวิ๋นเมื่อได