้เจอเสี่ยวซีอีกแล้วตลอดชีวิต แม้พวกเราจะไม่ใช่พี่น้องร่วมอุทรมารดา แต่เราก็สนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ ๆ เสียอีก มาวันนี้นางกลับต้องมาตายจากไป ข้า…ข้า…” มู่หรูอวิ๋นคร่ำครวญปนสะอึกสะอื้นจนหายใจหายคอไม่ทัน ใบหน้านั้นซีดขาวดูราวกับจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ
‘ซวนหยวนหลี่เทียน’ นึกเวทนาสตรีในอ้อมกอดเป็นที่สุด เขาจ้องไปยังโลงศพนั้นอย่างดุร้าย สายตาเต็มแน่นด้วยความเคียดแค้น ในใจนึกเกลียดชังคนในโลงศพยิ่งนัก
มู่เฉียนซีคนไร้ค่าเปล่าประโยชน์ผู้นี้ ตายไปแล้วก็ยังไม่ยอมให้ผู้อื่นได้สงบสุข ยังจะทำให้อวิ๋นเอ๋อร์ต้องมาร้องไห้เพราะการตายของนางอีก
ทว่า ชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก็ผู้ใดใช้ให้อวิ๋นเอ๋อร์เห็นคุณค่าของมิตรภาพมากเกินไปเล่า
หลังปลอบประโลมสตรีในอ้อมแขนครู่หนึ่ง ซวนหยวนหลี่เทียนก็ตะโกนขึ้น “ทหาร! นำของกำนัลที่องค์ชายผู้นี้จัดหามาไปมอบให้กับผู้นำตระกูลมู่”
สิ้นคำสั่ง ชายฉกรรจ์แปดคนหามโลงศพมรกตเข้ามา ด้านนอกโลงศพฝังด้วยมุกและพลอยมากมายนับไม่ถ้วน มูลค่าเทียบได้กับทองพันชั่งทีเดียว
ท่านผู้เฒ่าใหญ่และผู้เฒ่ารองที่อยู่ด้านข้างพากันมองไปยังซวนหยวนหลี่เทียนอย่างตื่นตะลึงพร้อมกับถามขึ้น “ท่าน หลี่อ๋อง นี่…”
“ซีเอ๋อร์ชมชอบของสวยงามและโอ่อ่าเช่นนี้ โลงหยกเนื้อเย็นนั่นธรรมดาไปหน่อย โลงมรกตนี้ดูจะเหมาะกับซีเอ๋อร์มากกว่า อย่างไรเสียซีเอ๋อร์ก็เป็นคู่หมั้นข้า ต่อให้นางตายไปแล้ว ข้าก็อยากให้นางมีสถานที่งดงามท