เมื่อมู่เฉียนซีเห็นว่ามีเพียงท่านลุงในชุดสีขาวเท่านั้นที่เดินเข้ามาหา นางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก… ‘ไม่ใช่ชายน่ากลัวผู้นั้นก็ดีแล้ว’
พ่อบ้านไป๋ก้าวเข้ามาใกล้และกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า
“แม่นาง ข้าแซ่ไป๋ ทำหน้าที่พ่อบ้านดูแลที่นี่ แม่นางเรียกข้าว่าพ่อบ้านไป๋เถิด นายท่านเป็นคนรักสงบ ดังนั้นที่นี่นอกจากนายท่านแล้ว ก็มีเพียงข้าที่เป็นมนุษย์ หวังว่าแม่นางจะไม่ถือสานะขอรับ”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุก …‘ชอบความสงบก็เลยให้โครงกระดูกที่พูดไม่ได้มารับใช้อย่างนั้นสินะ’… คนผู้นั้นสุดโต่งจนน่ากลัวเกินไปแล้ว นางจะต้องคิดหาหนทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
มู่เฉียนซีนึกค่อนแคะเจ้าของบ้านในใจก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “ที่นี่มีสมุนไพรเก็บไว้บ้างหรือไม่ หากมีห้องปรุงยาด้วยก็ยิ่งดี”
โดยปกติแล้ว ในคฤหาสน์ของตระกูลสูงศักดิ์ก็ล้วนมีนักปรุงยาประจำอยู่ แต่ดูจากความประหลาดของนายใหญ่ที่นี่นางไม่แน่ใจนักว่าจะมีหรือไม่ แค่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ก็ยังมีน้อยเหลือเกิน อย่าหวังไปถึงนักปรุงยาเลย
พ่อบ้านไป๋ตอบ “แม้ในจวนของเราจะไม่มีนักปรุงยา แต่มีห้องปรุงยาขอรับ เชิญแม่นางมาทางนี้”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปในห้องปรุงยา ในห้องนี้มีสมุนไพรนานาชนิดจนเรียกได้ว่าครบครัน แม้แต่อุปกรณ์ปรุงยาก็ไม่ขาดแคลนแม้แต่อย่างเดียว นี่ถือเป็นสถานที่ปรุงยาที่สมบูรณ์และเพียบพร้อมอย่างแท้จริง …‘ชักอยากจะอยู่ในห้องนี้สักสิบวันหรือครึ่งเดือนเสียแล้วสิ’ ทว่าเมื่อนึก