ถึงบุรุษที่เหมือนอสูรร้ายผู้นั้น ความคิดนี้ของมู่เฉียนซีก็พลันสลายไป นางหันมาพูดกับพ่อบ้านไป๋
“ท่านกลับไปเถอะ”
“โอ้! สวรรค์ ที่นี่มีสมุนไพรเยอะจริง ๆ” หลังจากยืนรอจนกระทั่งพ่อบ้านไป๋ออกไปไกลแล้ว มู่เฉียนซีก็ร้องออกมาเนื้อตัวสั่น นางเก็บความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่ได้
‘หญิงอัปลักษณ์ หัดทำจิตใจให้มั่นคงบ้าง แค่เห็นพวกสมุนไพรธรรมดา ๆ นี่เจ้าก็ดีใจขนาดนี้แล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก’ เสียงเหน็บแนมดังขึ้น
“เจ้าถิงน้อย อย่ายุ่งหน่า ยังไงซะที่นี่ก็ไม่มีผู้อื่น” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วพลางกล่าว
ได้ยินนางเรียกเช่นนี้ ‘อาถิง’ ผู้เป็นเจ้าของวาจากระแนะกระแหนก็ควันออกหู
“ข้าชื่ออาถิง ไม่ใช่เจ้าถิงน้อย”
หญิงสาวสวนกลับทันควัน ด้วยเสียงดังไม่น้อยหน้า “ข้าก็ชื่อมู่เฉียนซี ไม่ได้ชื่อหญิงอัปลักษณ์อะไรนั่นเหมือนกันนั่นแหละ”
“หึ!”
“เหอะ!”
หลังจากการต่อปากต่อคำจบลง เด็กหนุ่มผู้หยิ่งทะนงก็ไม่สนใจมู่เฉียนซีอีกเลย ส่วนมู่เฉียนซีนั้นก็สบายหูมากขึ้นไม่น้อย และเริ่มจดจ่ออยู่กับการปรุงยา
ในโลกนี้มี ‘หมอยา’ และ ‘นักปรุงยา’ อยู่มากมาย หมอยาสามารถรักษาโรคทั่วไปและปรุงยาง่าย ๆ ได้ส่วนนักปรุงยานั้นสามารถหลอม ‘เม็ดโอสถ’ ซึ่งเป็นยาที่นับได้ว่าหายากและล้ำค่ามากในโลกนี้ ฉะนั้นแล้วสถานะของนักปรุงยาจึงสูงส่งกว่าหมอยาเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีรู้สึกสนใจวิธีการหลอมเม็ดโอสถของโลกนี้อย่างยิ่ง ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการหนีออก