เฉียนซีใช้ความนิ่งสยบหัวใจที่ตื่นตระหนกให้สงบลง จากนั้นก็เริ่มสังเกตรอบด้าน ผู้ซึ่งเคยยื้อแย่งชีวิตมนุษย์กับเหล่ามัจจุราชเช่นนางไม่ควรต้องกลัวเพียงโครงกระดูกร่างหนึ่ง
ห้องที่นางอยู่ในตอนนี้ตกแต่งด้วยสีแดงเข้มเป็นหลัก ‘อืม… ก็ดูจะเหมาะสมกับนิสัยของชายผู้นั้นดี’ ดูเหมือนว่าหลังจากนางสลบไปเขาก็ไม่ได้ฆ่านาง และก็ไม่ได้ส่งนางกลับสกุลมู่ แต่กลับพามายังบ้านของตัวเอง
หลังจากมู่เฉียนซีอาบน้ำชำระร่างกายจนเรียบร้อย โครงกระดูกสีแดงก็ถือเสื้อผ้าสตรีชุดหนึ่งเข้ามาใกล้นางแล้วทำท่าคล้ายต้องการจะสวมใส่ให้
‘เอาโครงกระดูกมาเป็นหญิงรับใช้ ต้องเป็นคนประเภทไหนกัน ? ชายผู้นั้นวิปริตเกินไปแล้ว’ มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าวว่า
“ข้าใส่เอง เจ้าออกไปเถอะ”
แม้ว่าโครงกระดูกนี้ไม่อาจพูดจาได้ แต่กลับเข้าใจสิ่งที่มู่เฉียนซีพูด เมื่อส่งชุดให้นางแล้วก็ถอยออกไปอย่างเชื่อฟัง
ชุดนั้นมีสีม่วงอ่อนและเนื้อผ้านุ่ม ปักลายดอกพลับพลึงแดงดอกใหญ่ ฝีมือการปักประณีตไร้ที่ติ
เหมือนว่าในความทรงจำของนาง เจ้าของร่างเดิมผู้แสนจะร่ำรวยหาผู้ใดเทียบได้ก็ยังไม่เคยได้สวมใส่ชุดที่งดงามประณีตเช่นนี้มาก่อนเลย
มู่เฉียนซีคลี่ชุดมาสวมใส่ …จากนั้นก็เตรียมตัวหนี
แต่ทว่า…
ทั่วทุกที่ในจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์เดินลาดตระเวนอยู่ เปลวไฟสีม่วงในเบ้าตาของพวกมันทำให้มันดูเหมือนกับโคมไฟวิญญาณไม่มีผิด
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าของนางจึงไม่ต่างจากภาพของผีเ