ใดนั้นแขนทั้งสองข้างของมู่เฉียนซีก็โอบรัดรอบคอของเขาไว้ พลางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเขาแล้วพ่นลมหายใจร้อน ๆ เข้าใส่ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
“รูปหล่อ เอะอะก็พูดเรื่องตาย นี่มิใช่นิสัยที่ดีเลย ใบหน้าของข้างดงามล่มบ้านล่มเมืองขนาดนี้ หากท่านไว้ชีวิตข้าจะคุ้มกว่านะ”
ฉับพลันร่างของคนตรงหน้าก็แข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ปล่อย” เขาเอ่ยคำอย่างเยือกเย็น
“ฮิ ๆ รูปหล่อ เจ้านี่น่ารักจริง ๆ เขินแล้วใช่ไหมเล่า ?”
รังสีอำมหิตจากกายของเขาเข้มข้นมากขึ้น แต่มู่เฉียนซีไม่ใส่ใจ นางเพียงคิดว่าจะอย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี ดังนั้นก่อนตายก็น่าจะหยอกล้อบุรุษรูปงามผู้ทระนงตนผู้นี้ให้มากหน่อย ทำให้เขาสะอิดสะเอียนไปเลยก็ยิ่งดี
และในขณะที่รังสีความน่ากลัวแผ่กระจายเข้าปกคลุมมู่เฉียนซีจนแทบหายใจไม่ออกแล้วนั้น มือของหญิงสาวก็เคลื่อนไหวว่องไว มันกุมไว้ที่จุดเซิ่นซู (จุดลมปราณบริเวณไต) ของเขาอย่างรวดเร็ว หากจุดนี้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงละก็ ชาตินี้ทั้งชาติเขาก็ไม่ต้องเป็น ‘ผู้ชาย’ และสืบพันธุ์อีกแล้ว
มู่เฉียนซีเอ่ยเสียงเยือกเย็นว่า
“พ่อหนุ่มรูปหล่อ หากท่านไม่อยากเป็นเยี่ยงขันทีไปชั่วชีวิต ก็อย่าฆ่าข้าเลยจะดีกว่า”
เพียงพริบตาเดียว ใบหน้าอันหล่อเหลาที่ร้ายกาจของเขาก็ชะงักงันไปเล็กน้อย
‘นาง… นางช่างกล้า…’
บุรุษรูปงามกัดฟันกรอด ในยามนี้ ‘จิ่วเยี่ย’ อยากจะถลกหนังกลืนหญิงสาวน่าตายนี่ลงท้องทั้งเป็นไปเสีย
“หากยังอยากจะปกป้องความสุขของช