้นถีบเข้าที่เข่าของชายหนุ่ม ทำให้มือของนางเป็นอิสระ
บุรุษหนุ่มจู่โจมอีกครั้ง ทว่ามู่เฉียนซีเค้นพลังทั้งหมดของตนเองออกมาและทะยานเข้าจัดการเขาไม่คอยท่า
ความเร็วของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นใกล้เคียงกับนางแล้ว เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ใช้พลังพิเศษของโลกนี้เลย มู่เฉียนซีเบิกตากว้างไม่คิดเลยว่าบุรุษตรงหน้าจะอวดดีได้ถึงเพียงนี้
ถึงขนาดข่มเก็บพละกำลังของตนเองไว้และหันมาสู้รบปรบมือกับนางด้วยการต่อสู้ระยะประชิดแทน
ถ้าอย่างนั้น นางก็จะทำให้เขาได้รู้เสียบ้างว่าอะไรคือท่วงท่าการต่อสู้ระยะประชิดตัวของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
ทั้งสองผลัดกันจู่โจมและตั้งรับจนผ่านไปกว่าหลายสิบกระบวนท่า
กระโปรงสีทองที่เดิมทีก็สกปรกเหมือนผ้าขี้ริ้วอยู่แล้วก็ยิ่งมีสภาพน่าเวทนาเกินกว่าจะทนดูได้ …ยิ่งกว่านั้นช่วงอกของนางยังโผล่ออกนอกตัวชุดอีก
และในตอนนี้ ตอนที่ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนมาจนถึงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง นางก็จำต้องเอ่ยขึ้นอย่างอับจนหนทางว่า…
“ท่านจอมยุทธ์ ข้ารู้ว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน ท่านบอกมาเถอะว่าต้องทำอย่างไรท่านถึงจะยอมปล่อยข้าไป”
“ให้ศาลาเลือนรางเก้าชั้นออกมาพบข้า”
“ถ้าข้าบอกว่าไม่เล่า”
นางติดต่อเจ้าหน้าอ่อนนั่นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แถมดูท่าแล้วเด็กหนุ่มก็ไม่ไยดีกับความเป็นความตายของนางสักนิด แล้วจะให้นางเรียกเขาออกมาได้อย่างไรเล่า
“ตาย”
เพียงคำพูดที่ส่อเจตนาสังหารชัดแจ้งเพียงคำเดียว ขนบนท่อนแขนของมู่เฉียนซีก็ลุกชันไม่อาจห้าม
ทัน