และพวกมันทั้งหมดก็ตายไปนานแล้ว… แถมยังตายอย่างอนาถยิ่งนัก ซึ่งนั่นน่าจะเป็นฝีมือการลงทัณฑ์ของหวังหมิงหยวนเอง” จางชุนชิวส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นเหตุใด…” โจวเวินยังคงไม่เข้าใจ ในเมื่อความแค้นของหวังหมิงหยวนได้รับการชำระไปหมดสิ้นแล้ว เหตุใดตระกูลจางถึงได้ดูกังวลใจขนาดนี้
“ในอดีต บรรพบุรุษของฉันเคยพบกับหวังหมิงหยวนและร่วมเดินหมากรุกกับเขาหนึ่งกระดาน นายนึกออกไหมว่าหลังจากนั้นบรรพบุรุษของฉันวิจารณ์ตัวเขาไว้ว่าอย่างไร?” จางชุนชิวเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทางที่ซับซ้อนยิ่ง
โจวเวินไม่ได้ปริปาก เอ่ยเพียงเงียบงันและรอคอยให้จางชุนชิวกล่าวต่อไป
“ชายผู้นี้มีความดื้อรั้นและยึดมั่นในวิถีของตนเองถึงขีดสุด ในใจของเขามีวิถีทางเป็นของตัวเอง และตัวเขาก็ไม่ได้มีความเป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว หากในวันหน้าเขาไม่สามารถกลายเป็นวีรบุรุษผู้พลิกเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ เขาก็จักต้องกลายเป็นพญามารผู้ทำลายล้างโลกอย่างแน่นอน” จางชุนชิวทอดถอนใจยาว
โจวเวินเข้าใจความหมายแฝงในคำกล่าวอ้างนั้นทันที เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง “นั่นหมายความว่า ไม่ว่าอย่างไร เขาก็คิดที่จะทำลายล้างและเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกใบนี้ใหม่อย่างนั้นรึ?”
“จิตใจที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ เกรงว่าจะมิอาจธำรงไว้ซึ่งครรลองแห่งโลกได้ หากคนประเภทนี้สถาปนาระเบียบโลกขึ้นมาใหม่ มันย่อมต้องเป็นระเบียบที่นองไปด้วยเลือดและวิธีการที่โหดเหี้ยมทารุณอย่างแน่นอน” จางชุนชิวทิ้ง