าใจความรู้สึกของตระกูลหวังด้วยเช่นกัน
“ผมไม่รู้สิ ผมแค่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ” โจวเหวินมองไปที่เสี่ยวหลี่ซึ่งดูเหมือนเด็กสติไม่ดี เมื่อนึกถึงรอยยิ้มของเขาเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกเสมอว่าหมอนี่อันตรายนิดหน่อย
“ฟังนะ นี่เรียกว่าอะไร? คุณช่วยประคองสมาชิกครอบครัวหวังของเราได้ไหม ถ้าคุณรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ?”
“ท่านผู้นำตระกูลพูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง มีใครทำแบบนี้บ้างไหม?”
เมื่อตระกูลหวังได้ยินโจวเหวินพูดเช่นนั้น พวกเขาก็ยิ่งไม่เชื่อเขามากขึ้นไปอีก คิดว่าเขาต้องมีแผนการอะไรสักอย่างแน่ๆ
หวังลู่รู้สึกเขินเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ โจวเหวินเห็นว่าหวังลู่ดื้อรั้น จึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ในเมื่อคุณอยากได้คน ก็ให้ไปเถอะ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน”
“เราไม่ต้องการให้คนนอกมากังวลเกี่ยวกับกิจการของราชวงศ์ของเรา” สมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์กล่าวพร้อมกัน
พวกเขาเชื่อมั่นว่าด้วยโชคลาภของหวังลู่ จะทำให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
“ความปรารถนาเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ” โจวเหวินคิดในใจ “ถ้ามันปกติ ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่กล้าพูดกับฉันแบบนี้ ในเมื่อได้ผลประโยชน์มากมายขนาดนี้ พวกเขายังไม่กลัวที่จะทำให้ฉันขุ่นเคืองเลย ช่างเถอะ ฉันไม่ได้หวงเสี่ยวหลี่ แค่สงสัยว่าเสี่ยวหลี่มีอะไรแปลกๆ เท่านั้นเอง”
กล่าวเช่นนั้นแล้ว โจวเหวินจึงปล่อยมือจากเสี่ยวหลี่และส่งเขากลับไปยังตระกูลหวัง
หวังทั้งสองคน คนหนึ่งจ