นี่คือบทแปลไทยของนิยายตอนต่อนี้ โดยเน้นการใช้สำนวนที่สละสลวย พลิ้วไหว และได้อรรถรสตามแบบฉบับนิยายแปลแนวแฟนตาซีระบบครับ
โจวเวินประคอง ‘ดาวจักรพรรดิ’ ที่เพิ่งได้มาไว้ในมือพลางลังเลใจว่าควรจะมอบมันให้ใครใช้ประโยชน์จึงจะคุ้มค่าที่สุด
สิ่งนี้สามารถช่วยยกระดับพลังให้กับใครก็ตามที่ใช้มัน โดยแทบไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เลย การได้รับชะตาจักรพรรดิเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งดวง ย่อมช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพลังด้านอื่น ๆ ตามไปด้วย
ตัวเลือกที่ดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้น ‘ตี้ทิง’ และ ‘ทารกอสูร’ หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน โจวเวินก็ตัดสินใจเก็บมันไว้ให้ทารกอสูร โดยตั้งใจจะให้เธอใช้ดาวจักรพรรดิดวงนี้หลังจากที่กระบวนการวิวัฒนาการเสร็จสิ้นลง
ไม่ใช่เพราะโจวเวินลำเอียงรักทารกอสูรมากกว่า แต่เป็นเพราะพลังของชะตาจักรพรรดินั้น ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติในการสยบและปกครองพวกสิ่งมีชีวิตต่างมิติ
ตี้ทิงนั้นมีนิสัยดุดันมุทะลุ การจะให้มันไปปกครองกลุ่มสิ่งมีชีวิตต่างมิติดูจะเป็นเรื่องยากไปสักหน่อย ในทางกลับกัน นิสัยอันเจ้าเล่ห์แสนกลของทารกอสูรดูจะเหมาะสมกับบทบาทนี้มากกว่า
น่าเสียดายที่ดาวจักรพรรดิมีเพียงดวงเดียว หากมีมากกว่านี้อีกสักหน่อย แล้วแจกจ่ายให้ครบทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ‘มังกรสุริยคราส’ หรือ ‘ภูตตานี’ (Banana Fairy) มันคงจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความคิดลม ๆ แล้ง ๆ สมบัติจากดันเจี้ยนลับนั้น ต่อให้เป็นในเกมก็ยังไม่รี