เฟรชขึ้นมาใหม่ นับประสาอะไรกับการผลิตซ้ำในปริมาณมากในโลกความจริง
โจวเวินเก็บดาวจักรพรรดิลงไป จากนั้นจึงเริ่มทบทวนและสรุปเคล็ดวิชาพลังลมปราณต่าง ๆ ของตัวเอง โดยหวังว่าจะสามารถยกระดับเคล็ดวิชาทั้งหมดให้ก้าวสู่ขั้นภัยพิบัติธรรมชาติให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้น หากวิชาใดยังไม่บรรลุถึงระดับภัยพิบัติธรรมชาติ มันก็จะกลายเป็นจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่เสมอ
ในปัจจุบัน เคล็ดวิชาพลังลมปราณที่สามารถควบแน่น ‘อาณาเขตภัยพิบัติธรรมชาติ’ ได้แล้ว ประกอบด้วย เคล็ดวิชาฝึกปราณโกลาหลขั้นที่หนึ่ง (ระดับนรก), คัมภีร์เต๋า (ระดับนรก), คัมภีร์มหาปรัชญาปารมิตาสูตร (ระดับสวรรค์) และคัมภีร์จักรพรรดิโบราณ (ระดับมนุษย์)
ส่วนเคล็ดวิชาที่ยังไม่สามารถควบแน่นอาณาเขตภัยพิบัติธรรมชาติได้ มีเพียง ‘เคล็ดวิชาขโมยฟ้าเปลี่ยนสุริยัน’, ‘คัมภีร์เทพมาร’ และ ‘คัมภีร์สืบทอดเทพมาร’
โจวเวินยังคงมืดแปดด้านและไม่มีเบาะแสเลยว่า คัมภีร์เทพมารจะไปควบแน่นอาณาเขตภัยพิบัติธรรมชาติได้ที่ไหน เคล็ดวิชาพลังลมปราณที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัดเช่นนี้ ยากนักที่จะหาอาณาเขตมิติที่สอดคล้องกันพบ เขาทำได้เพียงค่อย ๆ เสาะหาและทดลองไปอย่างช้า ๆ เท่านั้น
ขณะที่คัมภีร์สืบทอดเทพมารนั้นชี้ชัดว่ามีอาณาเขตมิติที่เข้ากันได้อยู่ ทว่าเมื่อนึกถึง ‘จักรพรรดิ’ ที่สถิตอยู่บนเขาฉีจื่อซาน โจวเวินก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ดูจะตึงมือเกินไปหน่อย
ต่อให้ไม่มีจักรพรรดิตนนั้น ลำพังแค่สี่แม่ทัพอสูรที่