จำชื่อหรอก”ชายคนนั้นหยุดพูดกับโจวเหวินแล้วทำงานต่อ
พอได้ฟังแบบนั้นโจวเวหินก็เริ่มรู้สึกผิดเล็กน้อย สงครามนั้นเป็นเรื่องที่มีแต่การสูญเสียสำหรับคนส่วนมาก ไม่มีใครชอบมันหรอก แต่บางครั้งสงครามก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โจวเหวินเลิกเดินดูงานนิทรรศการ เขารู้ดีว่าทำยังไงเขาก็ไม่ใช่คนที่รักอาวุธพวกนี้อยู่ดี เพราะงั้นไม่ว่าเขาจะมองมันมากแค่ไหน สุดท้าย มันก็เป็นแค่เครื่องมือที่เอามาเทียบกับชีวิตไม่ได้
ก็อย่างที่ชายคนนั้นพูด จงฝึกอาวุธ แล้วอาวุธจะตามมาเอง
โจวเหวินเข้าใจความคิดนั้นทันทีแล้วออกจากตึกก่อนจะกลับไปที่หอ
ระหว่างทางกลับ เขาได้เจอกับหลี่ซวนเชดี้ และกรีฟที่บังเอิญกำลังเดินไปทางกลุ่มซวนเหวินพอดี
“อ้าวโจวเหวิน บังเอิญจังเลย ไปไหนมาเนี่ย”หลี่ซวนเดินเข้ามาทักทาย
โจวเหวินเห็นหลี่ซวนแล้วเขาก็เบิกตาขึ้นมา ก่อนจะเข้าไปดึงตัวโจวเหวินแล้วพูด “ไป ไปฝึกกับฉันหน่อย”
“เห้ยๆๆ อะไรของนายวะ ไปหาคนอื่นนู้น วันนี้ฉันมึนๆอยู่เลย ไม่ไหวหรอก”หลี่ซวนพูดแล้วจับหน้าอกของตัวเอง
เขาไม่ได้กลัวโดนซ้อมหรอก แต่สภาพร่างกายเขาตอนนี้เหมือนจะยังไม่ไหว โจวเหวินเองก็คงไม่ยอมรับแน่ๆ
“โค้ชอยากจะฝึกอะไรเหรอคะ”เชดี้ถถาม
“ฝึกดาบหน่ะ”โจวเหวินพูด
“ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเป็นคู่มือให้ได้นะคะ”เชดี้พูดกับโจวเหวิน
“โอเคงั้นไปห้องฝึกกันเลย”โจวเหวินพยักหน้า
ความสามารถในการต่อสู้จริงของเชดี้นั้นออกจะไม่ดีเท่าหลี่ซวน ถ้าต้องสู้จริงๆ