่อนจะพูด “เมื่อไรก็ตามที่คนเราจับอาวุธและสู้ไปกับมัน ไม่ว่าเราจะรัก หรือเกลียด ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบยังไง อาวุธชิ้นนั้นจะกลายเป็นคู่หูที่สำคัญที่สุด มันคือสิ่งที่สำคัญซะยิ่งกว่าแฟนหรือพี่น้องซะอีก มันเป็นสิ่งเดียวในสนามรบที่เราไว้ใจได้”
“ครับ”โจวเหวินพยักหน้า
ชายคนนั้นพูดต่อ “เพราะงั้นในสนามรบ ไม่ว่านายจะชอบหรือไม่ ไม่ว่านายจะภูมิใจในตัวเองมากแค่ไหน สุดท้ายนายก็ต้องพยายามเข้าใจอาวุธนั้น คุ้นชินกับมัน ฝึกฝนมัน นายต้องฝึกให้หนักซะยิ่งกว่าไล่ตามจีบสาวซะอีก ไม่เช่นนั้น ในสนามรบ อาวุธพวกนี้ละที่จะเป็นสิ่งที่จบชีวิตของนายลง ถ้านายอยากจะมีชีวิตอยู่รอดในฐานะทหารเจนศึกละก็ นายจะต้องเข้ากับอาวุธของนายให้ได้ ไม่ว่ามันจะห่วยแตกแค่ไหน แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆนายจะพบว่าอาวุธนั้น มันจะกลายเป็นแขนขาให้กับนาย หรือพูดอีกอย่าง มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตนาย มันจะไม่ใช่เครื่องมือที่จะทิ้งกันลงง่ายๆ เพราะว่าถ้าไม่มีมัน ร่างกายของเราก็จะไม่สมประกอบ เหมือนกับคนพิการที่ขาดแขนหรือขา โอกาสที่คนพิการจะตายในสนามรบนั้น ย่อมมีมากกว่าคนปรกติมากๆอยู่แล้ว”
โจวเหวินฟังแล้วคิดตามในใจ
“จงไปฝึกฝนซะ ไม่ว่าจะอาวุธอะไร ดาบ โล่ปืน ฝึกก่อนแล้วอาวุธจะตามนายไปเอง ไอ้หนุ่ม จงฝึกให้หนักซะ”ชายคนนั้นแตะไหล่ของโจวเหวินแล้วทำความสะอาดต่อ
“ขอบคุณมากครับ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”โจวเหวินถาม
“ก็แค่ทหารแก่ที่พิการหน่ะ ไม่ควรค่าแก่การจด