กองจินพูด “ก็ถ้าทุกคนคิดแบบนาย มนุษยชาติก็คงจะสูญพันธ์ไปแล้วละ ตอนนี้เราอาจจะยังทำไม่ได้ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าอนาคตของเราจะทำไม่ได้ไปด้วย มนุษย์เมื่อสมัยก่อนเคยคิดไหมละว่าตัวเองจะได้มีโทรศัพท์มือถือหน่ะ คิดว่าคนยุคโบราณคิดไหมว่าตัวเองจะได้สู้ด้วยปืน คนอย่างโจวเหวินน่ะถือว่าเป็นผู้บุกเบิก และวันหนึ่งผู้บุกเบิกเนี่ยละจะเป็นคนนำพาเอาเหล่าสัตว์อสูร สกิล และวิชาลมปราณที่เก่งกาจมาสู่ทุกๆคน จากนั้นมนุษย์ก็จะเปลี่ยนโลกอีกครั้ง พวกเราเองก็ต้องพยายามอย่างหนักให้แกร่งขึ้น ถ้าวันนึง ยุคนั้นมาถึงจริงๆ พวกเราเองก็จะได้มีพลังมากพอที่จะควบคุมอะไรพวกนั้นได้ ไม่ใช่ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง”
“ผู้กองครับ ผมเข้าใจที่ผู้กองจะสื่อนะครับ แต่พอมามองด้วยสายตาของตัวเองแล้วผมก็อดตกใจไม่ได้อยู่ดีละครับ คนหนุ่มแบบนั้นแต่มีพลังมากมหาศาลขนาดนั้น พรสวรรค์ของมนุษย์นี้มันต่างกันลิบลับจริงๆนะครับ”เจ้าหน้าที่พูด
โจวเหวินตอนนี้ยังคงตรวจสอบป่าเบื้องล่างของภูเขาดู การที่ถนนบนภูเขานั้นถล่มแบบนี้ได้ มันไม่น่าจะใช้ฝีมือของสิ่งมีชีวิตต่างมิติตัวเมื่อกี้แน่ๆ มันต้องเป็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่แข็งแกร่งกว่านั้นหลายเท่า
แต่เขาใช้สดับวานรตรวจสอบหาในป่าแล้วแต่ก็ไม่เห็นจะเจออะไรเลย
เขาเลยตัดสินใจเดินหน้าต่อ เขาสวมผ้าคลุมล่องหนไว้กับตัวเองและหยาเอ๋อจากนั้นก็เดินไปตามเส้นทางที่ตะขาบตัวนั้นเดินมา
ป่านั้นรกทึบมาก ภายใต้แสงจันทร์นวลๆแบบน