ี้โจวเหวินไม่กล้าที่จะเข้าป่ามืดๆแบบนั้นไป เขาเลยบินขึ้นมาเหนือป่านั้น โจวเหวินห่อตัวด้วยผ้าคลุมล่องหนแถมเขาเองยังเตรียมเรียกอสูรปฐพีมาตลอด เขาสามารถหนีออกไปได้ทุกเมื่อ อย่างน้อยถ้าเขาสู้ไม่ได้ แต่เขาหนีออกไปได้มันก็น่าจะพอ
แต่ตลอดทางที่บินไปนั้นโจวเหวินไม่เจออะไรเลย แต่กลิ่นอายของตะขาบตัวนั้นยังอยู่ ทำให้โจวเหวินสามารถตามกลิ่นนั้นไปเรื่อยๆจนกระทั้งพบเข้ากับอะไรบางอย่าง ที่สุดปลายของกลิ่นอายนั้น มีภูเขาย่อมๆอยู่ ภูเขานั้นสูงแค่2-300เมตรเท่านั้น แต่มันค่อนข้างชัน และด้านบนของเขานั้นมีสิ่งก่อสร้างบางอย่างเหมือนวัดอยู่ที่นั้น รูปร่างหน้าตาของมันเหมือนวัดเทพธรณียังไงอย่างงั้น
มีวัดเทพธรณีอยู่ในที่แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย”โจวเหวินตกใจเล็กน้อยก่อนจะสังเกตุดูรอบๆภูเขาแล้วเขาก็พบว่ามันไม่มีบันไดทางขึ้นภูเขานี้
“แปลกแหะ ถ้าไม่มีบันไดแล้วคนโบราณเขาขึ้นไปทำวัดบนนั้นได้ไงกันล่ะ”โจวเหวินสังเกตุที่วัดนั้นดีๆแล้วพบว่ามีกลิ่นของกำยานอยู่ในนั้นด้วย
ป้ายหน้าวัดขนาดเล็กๆเขียนสลักเอาไว้ด้านบนด้วยคำสามคำ “วัด ภู เขา”
“มันไม่ใช่วัดเทพธรณี แต่เป็นวัดภูเขาแทนงั้นเหรอ”โจวเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย
ถ้าเป็นวัดเทพธรณีโจวเหวินก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก เพราะวัดเทพธรณีนั้นมีให้เห็นทั่วไปในเขตตะวันออก โดยปรกติแล้วมันไม่มีอันตรายอะไรมีแต่ประโยชน์ที่จะได้กลับมาด้วย แต่วัดภูเขานั้นต่างออกไป วัดภูเขานั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภ