ิดว่าฉางซือหยูจะรู้ว่าเขามีเรื่องอยากจะบอกด้วย เขาเลยไม่ลังเลที่จะพูดออกมา “ผมเคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าต้นเหตุของปัญหานี้อยู่ที่สิ่งมีชีวิตต่างมิติ2ตัว ผมพึ่งจัดการไปได้ตัวนึง อีกตัวยังอยู่ ถ้าผมยังไม่ได้กำจัดมัน ปัญหานี้ก็ยังแก้ไม่หมดครับ”
“นายไม่ได้ลงมือนี้ กังวลอะไรอยู่หรือ”ฉางซือหยูพูด
“เดิมทีสิ่งมีชีวิตต่างมิตินั้นมันไม่ได้ยากที่จะรับมือครับ แต่ผมต้องใช้สัตว์อสูรพิเศษ แล้วผมไม่อยากให้สัตว์อสูรพิเศษนั้นเปิดเผยต่อสายตาใครทั้งนั้น ผมเลยอยากจะให้ท่านจ้าวตระกูลอนุญาตให้ผมไปที่สุสานมารคนเดียวด้วย แล้วคอยดูต้นทางอย่าให้มีคนอื่นมาหน่ะครับ”โจวเหวินพูด
“เรื่องนั้นไม่ยากเลย ไม่ต้องบอกฉันก็ได้ ให้ฉางชุนชิวจัดการให้ก็ได้ ฉันมั่นใจได้เลยว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครรู้เห็นอีก นอกจากนายและชุนชิว แล้วฉันจะไม่ถามอะไรต่ออีกด้วย”ฉางซือหยูพูดต่อ “แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉัน ไม่ซิ ตระกูลฉางอยากจะให้นายเก็บเป็นความลับ”
“ท่านจ้าวสำนักบอกมาได้เลยครับ”โจวเหวินพูด
“นายเห็นทะลุผ่านม่านพลังนั้นได้ใช่ไหม คงรู้แล้วใช่ไหมว่าเทพีที่อยู่ข้างใต้นั้นจริงๆแล้วคือผู้พิทักษ์ ฉันอยากจะให้นายเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าให้คนอื่นรู้โดยเด็ดขาดหน่ะ”ฉางซือหยูพูด
โจวเหวินผงะ เขาไม่คิดว่าฉางซือหยูจะบอกเขาแบบนี้แต่เขาก็สัญญา “ได้ครับ ผมรับรองเลยว่าเรื่องนี้จะไม่หลุดจากปากผมไปแน่นอน”
ฉางซือหยูพยักหน้า “แบบนั้นก็ดี ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปม