นมารมันวุ่นวายยิ่งกว่าเดิมซะอีก มีคนตายเป็น10แล้ว พวกเขาต่างกระโดดลงไปบนพื้นของสุสานแล้วก็กลายเป็นรูปปั้นหินเวทมนตร์กันหมด
“ไม่มีคนคอยเฝ้าระวังเลยเหรอ”โจวเหวินตกใจ
“เปล่าประโยชน์หน่ะ ไม่มีใครรู้ว่าใครจะกระโดดเป็นคนต่อไป บางทีคนที่เฝ้าระวังนั้นละจะเป็นคนกระโดดซะเอง เราพยายามคิดหาวิธีการทุกอย่างแล้ว แม้แต่อพยพคนจากสุสานมารก็แล้ว แต่ก็ยังมีคนแอบไปที่สุสานมารเพื่อกระโดดเองอยู่ดี”ฉางชุนชิวพูดแล้วถอนหายใจ
“แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้างไหม”โจวเหวินเริ่มรู้สึกสงสารทั้งฉางหยูฉีและฉางชุนชิว ถ้าเขาช่วยอะไรได้ เขาก็จะช่วย
ฉางชุนชิวส่ายหัวแล้วพูด “ตอนนี้มันยังไม่มีวิธีไหนที่ใช้ได้เลย แต่ที่ฉันมานี้ไม่ใช่เพราะสุสานมารหรอก”
“แล้วทำไมถึงมาตามหาฉันละ”โจวเหวินถามด้วยความสงสัย
ตระกูลฉางตอนนี้กำลังเจอปัญหาใหญ่อยู่ เพราะงั้น การที่ฉางชุนชิวที่เป็นคนสำคัญของตระกูลมาหาเขาได้มันต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆแน่ๆ
“ฉันมาที่นี้เพื่อขออะไรนายบางอย่าง ทางตระกูลฉางได้ติดต่อกับมหาลัยซีหยางไว้แล้ว ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หยูฉีจะย้ายเข้าไปอยู่ในมหาลัยซีหยางในฐานะครูพิเศษ ฉันอยากจะให้นายดูแลเธอให้ที เพื่อนของเธอมีน้อย ฉันไม่กล้าขอเรื่องนี้กับคนอื่นเลย”ฉางชุนชิวพูด
“สุสานมารมันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ”โจวเหวินรู้ดีเลยว่าถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆตระกูลฉางคงไม่มีทางส่งฉางหยูฉีออกจากภูเขาหลงหูเพื่อไปที่มหาลัยซีหยางหรอก
แต่การตัดสินใจแบบ