่งชั่วโมงก็งอกขึ้นมาใหม่ได้”คนของตระกูลฉางพูด
“เคยเกิดแบบนี้มาก่อนเหรอ”โจวเหวินถามคนของตระกูลฉางที่คอยดูแลที่นานมานานหลายปี
แต่ฉางชุนชิวกลับส่ายหัว แล้วพูด “เดิมทีอัตราการผุดขึ้นมาใหม่ของหินเวทมนตร์นั้นช้ามากๆ แต่หลังจากพายุมิติ มันก็ผุดเร็วขึ้นมากๆ โดยเฉพาะช่วงเดือนที่ผ่านมา มันแร็วกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก แถมยังแพร่กระจายได้ไวเป็นดอกเห็ดด้วย เมื่อก่อนหินเวทมนตร์นั้นมันแพร่กระจายอยู่แค่รอบๆบริเวณสุสานนี้แค่ไม่กี่เมตร แต่ตอนนี้แค่ไม่กี่เดือนผ่านมา มันน่าจะกว้างมากกว่า100เมตรแล้ว
“จะว่าไปแล้วก่อน ก่อนหน้านี้พวกนายเคยจัดการกับหินเวทมนตร์มาก่อนไม่ใช่เหรอ”โจวเหวินไม่ค่อยอยากจะชื่อ
“ก็ใช่แหล่ะ แต่ตอนนั้นเราแค่ตั้งใจจะเอาตัวอย่างหินเวทมนตร์กลับมาวิจัยเฉยๆไมได้เป็นการทำลายในวงกว้างขนาดนี้ สถานการณ์แบบนี้ไม่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย แบบที่ทำลายมันไปแล้วแต่มันก็ยังงอกขึ้นมาใหม่ ปรกติแล้วมันจะค่อยๆงอกอย่างช้าๆแต่นี้มันเร็วมากๆเลย”ฉางชุนชิวพูด
“นั้นอะไรหน่ะ” ทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีคนชี้ไปที่หินที่พึ่งงอกขึ้นมา
โจวเหวินกับฉางชุนชิวก็มองไปทางนั้นแล้วเห็นว่าบนหินเวทย์มนตร์นั้นมีใบหน้าของคนสลักเอาไว้บนหิน ลวดลายบนหินก็ดูแตกต่างออกไปจากเดิมมากๆ
“มันเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นรึเปล่า”โจวเหวินถามฉางชุนชิวอีกรอบ
แต่ฉางชุนชิวไม่ตอบแล้วเอาแต่มองหินนั้น ก่อนจะสั่งการ “ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”
ทุกคนๆต่างทำหน้าตึงแครีย